posttoday
วัดใจ "ประยุทธ์" ยึดระบบคุณธรรม "เอก-สมยศ" ชิงดำ ผบ.ตร.

วัดใจ "ประยุทธ์" ยึดระบบคุณธรรม "เอก-สมยศ" ชิงดำ ผบ.ตร.

18 สิงหาคม 2557

ฝุ่นตลบขึ้นมาอีกครั้ง!!! เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการชิงเก้าอี้แม่ทัพใหญ่สีกากี ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

โดย...ทีมข่าวทั่วไปโพสต์ทูเดย์

ฝุ่นตลบขึ้นมาอีกครั้ง!!! เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการชิงเก้าอี้แม่ทัพใหญ่สีกากี ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 10 ต่อจาก “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่เตรียมถอดเครื่องแบบเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2557

ในที่สุดได้ฤกษ์งามยามดีสัปดาห์นี้ ยุทธจักรโล่เงินจะได้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่อย่างแน่นอน หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ทราบแล้ว โดยคาดว่าในห้วงวันที่ 18-22 ส.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยมี “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) เป็นผู้เสนอชื่อนายตำรวจที่เหมาะสมขึ้นเป็น ผบ.ตร. เพียงหนึ่งคนเท่านั้นในที่ประชุม ซึ่งนั่นคือคนที่อยู่ในใจ พล.ต.อ.วัชรพล มาโดยตลอดว่าจะเป็นใคร

เวลานี้มีเพียงตำรวจใหญ่ 2 นายเท่านั้น ที่เป็นทั้งตัวเต็งและตัวเกร็ง คนแรก “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ดูแลงานด้านความมั่นคง (อาวุโสลำดับที่ 3 ) มีวิชากำลังภายในไม่ธรรมดา พล.ต.อ.สมยศ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 15 มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. นายทหารสายวงศ์เทวัญ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 นายทหารจากบูรพาพยัคฆ์

“บิ๊กอ๊อด” จบนายร้อยสามพราน รุ่น 31 เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กระนั้น พล.ต.อ.สมยศ ถือเป็นคนใจถึงกล้าได้กล้าเสียเข้าได้กับทุกกลุ่มการเมือง ทหาร และนักธุรกิจ อดีตเคยเป็นนายตำรวจติดตาม “มนตรี พงษ์พานิช” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเป็นน้องเลิฟ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่เสมือนบันไดพาดนำทางไปหา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. ผู้มากบารมีในยุค คสช. สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ พล.ต.อ.สมยศ ดูมีแรงหนุนเป็นอย่างดีจากเหล่านายทหารยุคขั้วอำนาจโดดเด่น อาจเอื้อกันในทุกด้านสู่เป้าหมายนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.คนต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศ ยังเร่งโชว์ผลงานคลี่คลายคดีทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดีการก่อเหตุกับผู้ชุมนุม กปปส. ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เรียกว่าบนพื้นที่สื่อจะมีชื่อปรากฏแทบทุกวัน ส่วนอายุราชการที่ พล.ต.อ.สมยศ เกษียณราชการปี 2558 ซึ่งเหลือเพียง 1 ปีเท่านั้น

แต่แล้วจู่ๆ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่ ก.ต.ช.จะพิจารณา บิ๊กอ๊อดก็ตกเป็นข่าวทุ่มเงิน 855 ล้านบาทซื้อหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นการจองหุ้น มีเวลาอีก 6 เดือน ซึ่งจะซื้อหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าสามารถระดมเงินจากเพื่อนฝูงซื้อหุ้นตัวนี้ได้หรือไม่ และข่าวนี้มาจากกลุ่มที่ต้องการสกัดไม่ให้ได้รับเลือกเป็น ผบ.ตร.

ท่าทีของบิ๊กอ๊อดนั้นเรียกได้ว่า สู้เต็มที่ เพราะหากครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร. หมายความว่าหมดโอกาสเป็นใหญ่ในรั้วปทุมวันอย่างแน่นอน

ส่วนคนที่สองแคนดิเดตสำคัญที่ก้าวท้าชิง คือ “บิ๊กเอก” พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ดูแลงานป้องกันปราบปราม (อาวุโสลำดับที่ 1) ก็แรงดีไม่มีตก แม้ไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม (นบ.รบ.) รุ่น 7 มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำลังโด่งดังรับผิดชอบคดีอุ้มบุญ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พรวิสุทธิ์ งามปัญญา ผบก.กองบินตำรวจ

แต่ พล.ต.อ.เอก เคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ รุ่นเดียวกับ “บิ๊กติ๊ก” พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้อดีตเคยเป็นหัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นนายตำรวจที่มีฝีไม้ลายมือเชี่ยวชาญงานด้านสอบสวน แม่นยำในข้อกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เลือกข้างชัดเจน สามารถประสานงานกับนักการเมืองได้ทุกขั้วทุกยุค จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งในสถานการณ์การเมืองสองขั้ว

สำหรับ “บิ๊กเอก” ก็มีผลงานคดีสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่คดีตามนโยบายหลักของ คสช. แต่ก็เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสิ้น ลงพื้นที่ต่างจังหวัดเร่งรัดคดีด้วยตัวเองอย่างถึงพริกถึงขิง แม้จะเกษียณอายุราชการในปี 2559 หากการคัดเลือกตำแหน่ง ผบ.ตร.ในปีนี้สะดุด ไม่ได้นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.คนที่ 10 อย่างน้อยอายุราชการยังคงเหลืออีก 1 ปี สามารถกลับมาลุ้นชื่อได้อีกครั้งในรอบถัดไป แต่ในยุทธจักรสีกากีเมื่อโอกาสมาถึงไม่มีใครจะเข้าแถวต่อคิวหรือปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปได้

ทั้งหมดทั้งมวลคือคุณสมบัติและสายสัมพันธ์ส่วนตัวของนักรบสีกากี ซึ่งวงการตำรวจทราบดีว่านั่นคือแรงหนุนทำให้ชีวิตทางราชการเติบโตได้เป็นอย่างดี

แต่หลักบนความถูกต้องในเรื่องการแต่งตั้งมีกำหนดชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการยึดหลักอาวุโส รุ่นน้องต้องไม่ข้ามหัวรุ่นพี่ รวมถึงสกัดนักวิ่งนอกฤดูแต่งตั้ง ซึ่งหากยึดประกาศ คสช.ฉบับที่ 89 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีการวางหลักเกณฑ์การนับอาวุโสใหม่ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล

หรือการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนต่อไป ก.ต.ช.จะเสนอชื่อผู้เหมาะสมโดยยึดโยงจากสายสัมพันธ์ส่วนตัว หรือความไว้วางใจจากคนใกล้ชิดที่เป็นแรงเชียร์ ดันเลือกคนเพราะความถูกใจหรือพวกพ้องเท่านั้น จนมองข้ามความถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่เขียนขึ้น รวมถึงบุญและวาสนาจะหนุนนำได้แค่ไหน สุดท้ายแล้วขั้วอำนาจใดจะขึ้นมาผงาดครองอำนาจตรงจุดนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ทว่าคำตอบสุดท้ายก็คงต้องวัดใจกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ซึ่งมีอำนาจเสมือนนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ต.ช. จะส่งสัญญาณในการให้ พล.ต.อ.วัชรพล เสนอ ชื่อ รอง ผบ.ตร. หรือจเรตำรวจแห่งชาติ คนไหนขึ้นมาให้ ก.ต.ช.พิจารณาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่

แต่คาดว่าน่าจะไม่มีชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 2 พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 4 และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ อย่างแน่นอน เพราะนอกจากมีลำดับอาวุโสต่ำกว่าแล้ว ก็ล้วนมีสายสัมพันธ์กับขั้วอำนาจเก่า

ข่าวล่าสุด

ราคาทองพุ่ง ดันนาฬิกาหรูวินเทจถูกนำไปหลอมขายมากขึ้น

ราคาทองพุ่ง ดันนาฬิกาหรูวินเทจถูกนำไปหลอมขายมากขึ้น