
ประยุทธ์แจงงบ58มั่นใจแก้ปัญหาชาติ-ผลักดันศก.
บิ๊กตู่ เสนองบ58 มั่นใจเศรษฐกิจไทยแล่นฉิว เตรียมเสนองบกลางปีลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สั่งลดราคาก่อสร้าง 30% แก้ปัญหาค่าหัวคิว
บิ๊กตู่ เสนองบ58 มั่นใจเศรษฐกิจไทยแล่นฉิว เตรียมเสนองบกลางปีลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สั่งลดราคาก่อสร้าง 30% แก้ปัญหาค่าหัวคิว
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เวลา 10.00 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เปิดประชุมสนช.อย่างเป็นทางการครั้งแรก เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2558 วงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท ในวาระที่1
ทั้งนี้ นายพรเพชร กล่าวต่อที่ประชุมว่าอยากให้สมาชิกสนช.ทุกคนให้ความร่วมมือกับการประชุมสนช.ทุกครั้งเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ และที่สำคัญรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าหากสมาชิกสนช.ไม่แสดงตนเพื่อลงมติตามที่ข้อบังคับการประชุมกำหนดจะมีผลให้ขาดสมาชิกภาพการเป็นสนช.ในที่สุด
ต่อมา ที่ประชุมสนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสนช.จำนวน 20 คน โดยมีกำหนดระยะเวลาในการทำงาน 15 วัน พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นการชั่วคราวจำนวน 23 คน
จากนั้นเป็นการเข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และปลัดกระทรวงทุกกระทรวงได้เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาคสช.ได้เข้ามาทำหน้าที่ยุติความรุนแรงและแก้ไขปัญหาความแตกแยกของประชาชน รักษาความสงบภายในประเทศ สร้างเสถียรภาพทางการเมืองและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้าเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ ภารกิจด้านการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน นับเป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งที่คสช.เข้ามาดูแลเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณพ.ศ.2557 ให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเร่งรัดจัดทำงบประมาณพ.ศ.2558 ให้สามารถเบิกจ่ายได้ตั้งแต่ 1 ต.ค.2557
“ในเรื่องของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์คสช.ได้จัดกิจกรรมมาตลอดแต่จะแก้ไขได้ชั่วคราวแล้วกลับมาทะเลาะกันอีกก็ช่วยไม่ได้แล้ว เราต้องลดความขัดแย้งให้ได้ ปลุกฝังความเป็นไทย วิถีชีวิตตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และคสช.จะวางต้องการวางรากฐานที่ดีให้กับประเทศ และจะเร่งสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คือ ต้องเลิกความขัดแย้งให้ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มปี 2558เริ่มดีขึ้นมาตามลำดับ ภายหลังสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความชัดเจนและการบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินต่อไปได้ ประชาชน มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้มีการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชนให้มากขึ้น และสนับสนุนให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ดีขึ้นและมีเสถียรภาพ ส่งผลให้สภาวะการจ้างงานปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าในปี 2557 เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตประมาณ 1.5%-2.5% คสช.ตั้งเป้าหมายว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้เติบโตได้ถึง 2%และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลประมาณ 1.9%-2.9% ส่วนปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ในช่วง3.5%-4.5%
หัวหน้าคสช. กล่าวว่า ส่วนฐานะคงคลังของประเทศอยู่ในเกณฑ์ปกติประมาณ 3.3 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีฯมีผลบังคับใช้ไประยะหนึ่งแล้ว ถ้าเราสามารถเรียกเก็บภาษีได้หรือมีรายได้จากการประกอบการอื่นๆของรัฐ เราก็สามารถพิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีได้อีกเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในนโยบายสำคัญ คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น แต่ต้องไม่ให้เกิดการขาดดุลงบประมาณเพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณ 3.5%-4.5% ที่คาดหวังเอาไว้
“ในปี2558 จะพัฒนาระบบรางเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะรถไฟทางคู่จำนวน 11 สายทาง ซึ่งรวมไปถึงระบบทางคู่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ อันนี้ถือว่าจำเป็นเพราะประเทศมาเลเซียมีข้อตกลงว่าจะทำระบบไฟฟ้าไปแล้ว เราจะมาทำระบบอื่นก็วิ่งไปกับเขาไม่ได้ เราคงต้องทำเฉพาะระบบไฟฟ้าในเส้นทางภาคใต้อย่างเดียว ทั้งหมดเป็นการอนุมัติยุทธศาสตร์ระยะยาวเอาไว้เฉยๆยังไม่มีโครงการอะไรสักอันที่เป็นการกู้เงิน ส่วนจะใช้ขนาด1เมตรหรือ1.43เมตรคงต้องไปคุยในรายละเอียด”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ คสช.จะทำให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันที่คนที่ถือครองที่ดินจำนวนมากกลับไม่ใช้ให้ก่อประโยชน์ โดยต่อไปจะมีการเสนอกฎหมายเข้ามาให้สนช.พิจารณาเพื่อให้เจ้าของที่ดินสามารถกล้าปล่อยที่ดินให้เช่า ซึ่งชาวนาจะได้ที่ดินมาทำเกษตรกรรมอีกพอสมควร ขณะที่ ด้านการปรับโครงสร้างราคาพลังงานนั้นตอนนี้ยอมรับไม่ว่าจะเสนอแนวทางอย่างไรก็โดนโจมตีหมด ซึ่งส่วนตัวไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น ดังนั้น กระทรวงพลังงานต้องไปชี้แจงให้ได้
“คนที่ไม่เข้าใจก็พูดอยู่ข้างเดียวนั่นแหละ ไม่เข้าใจว่าราคาพลังงานมันถ่วงด้วยอะไร ถ้าลดไอ้นี่ต้องไปเพิ่มไอ้นี่ยอมมั้ยเล่า มันมีผลกระทบกันหมดทั้งระบบอย่าไปพูดอันใดอันหนึ่ง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
หัวหน้าคสช. กล่าวสรุปตอนท้ายว่า ขอให้มั่นใจว่าจะมีการใช้จ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนให้มีประสิทธิภาพภายใต้หลักความโปร่งใส พร้อมกับกำหนดให้มีกลไกตรวจสอบอย่างใกล้ชิดโดยจะให้แต่ละกระทรวงจัดทำรายงานเสนอเข้ามาในทุก 3 เดือน และห้ามไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์เด็ดขาด วันนี้ราคาก่อสร้างจะต้องลดลงอย่างน้อย10-30% ดังนั้น คสช. เชื่อมั่นว่าการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดจะสามารถแก้ไขปัญหาของชาติได้แม้ว่าจะมีเวลาจำกัดก็ตาม ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นอย่างดี
“ผมหวังว่าสมาชิกสนช.จะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้ยึดถือเป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติสืบไป ขอบพระคุณครับ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย
จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกสนช.ได้ใช้สิทธิอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยมีสมาชิกสนช.ลงชื่อขออภิปรายจำนวน 17 คน







