
เฟดฉุด5สกุลเงินศก.เกิดใหม่
เหตุแผนขึ้นดอกเบี้ยทำอ่อนค่าแรงดันนักลงทุนแห่ถือดอลลาร์แทน
เหตุแผนขึ้นดอกเบี้ยทำอ่อนค่าแรงดันนักลงทุนแห่ถือดอลลาร์แทน
สกุลเงินเปราะบางของตลาดเกิดใหม่ 5 สกุลเสี่ยงร่วงหนัก หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานเชิงวิเคราะห์ ระบุว่า ขณะนี้กลุ่มสกุลเงินเปราะบางของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 5 สกุล คือ สกุลเงินเรียล บราซิล สกุลเงินรูเปียห์ อินโดนีเซีย สกุลเงินแรนด์ แอฟริกาใต้ สกุลเงินลีรา ตุรกี และสกุลเงินรูปี อินเดีย กำลังอยู่ในภาวะน่าวิตก เนื่องจาก มีแนวโน้มปรับตัวอ่อนค่ารุนแรง โดยเป็นผลจากการเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กระตุ้นให้นักลงทุนทิ้ง 5 สกุลเงินข้างต้นเพื่อเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนได้จากราคาเฉลี่ยของตราสารสิทธิ (ออปชันส์) ที่ระบุการซื้อสกุลเงินเปราะบาง 5 สกุล ในราคาที่ต่ำกว่าในปัจจุบัน มีการปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่อัตราค่าเบี้ยประกันการอ่อนตัวของกลุ่มสกุลเงินทั้ง 5 ยังปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีอัตราความเสี่ยงผกผันในปัจจุบันอยู่ที่ 1.8% ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับดัชนีในช่วงเหตุการณ์สกุลเงินกลุ่มตลาดเกิดใหม่อ่อนตัวลงอย่างรุนแรงช่วงต้นปีที่ 2%
“ความต้องการประกันมีสูงขึ้นตามสกุลเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ามากขึ้น” ไบพาน ราย ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศที่ซีไอบีซี เวิลด์ มาร์เก็ต อิงค์ ระบุ
ทั้งนี้ สถานการณ์ที่สกุลเงินกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อ่อนตัวลงอย่างรุนแรงเคยมีขึ้นมาแล้วในช่วงต้นปี เนื่องจากทางเฟดประกาศปรับลดการใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในเดือน ก.พ. ซึ่งนับเป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยสกุลเงินเปราะบาง 5 สกุลนับว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติสูง
นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของสกุลเงินในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ยังได้รับปัจจัยหนุนจากสัดส่วนการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
เกร็ก แอนเดอร์สัน หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของธนาคารมอนทรีออลในแคนาดา ระบุเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองโลกนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้นักลงทุนหันไปถือครองเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น ส่งผลให้สกุลเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีความผันผวนสูง
“นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งจะทำให้สกุลเงินของกลุ่มตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง” แอนเดอร์สัน กล่าว







