
ดันลงทุนโซลาร์เซลล์แสนล.
กพช.เดินหน้าไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 1,500 เมกะวัตต์ สั่ง ปตท.ตั้งบริษัทท่อก๊าซฯ
กพช.เดินหน้าไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 1,500 เมกะวัตต์ สั่ง ปตท.ตั้งบริษัทท่อก๊าซฯ
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน 800 เมกะวัตต์ แต่ให้หน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร ลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และระบบขนาดติดตั้งไม่เกิน 5 เมกะวัตต์/แห่ง และกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในเดือน ธ.ค. 2558
พร้อมกันนั้น กพช.มีมติเห็นชอบให้รับซื้อไฟฟ้าในโครงการโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม ที่เหลืออีก 576 เมกะวัตต์ เพื่อให้การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปตามเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ และกำหนดให้จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือน ธ.ค. 2558 เช่นกัน อีกทั้งเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าในโครงการโซลาร์รูฟท็อปที่ผูกพันกับภาครัฐแล้ว 130.64 เมกะวัตต์ เข้าระบบภายในเดือน ธ.ค. 2558
นายอารีพงศ์ กล่าวอีกว่ากพช.มีมติอนุมัติรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ประเภทต่างๆ ให้ครบตามเป้าหมาย และกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feedin Tariff สำหรับการซื้อไฟฟ้าปี 2557-2558
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันการลงทุนผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ 1 เมกะวัตต์ ต้นทุนอยู่ที่ 60-70 ล้านบาท หากลงทุน 1,500 เมกะวัตต์ ต้นทุนจะอยู่ที่ 9 หมื่น1.05 แสนล้านบาท
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า กพช.ยังมีมติเห็นชอบให้บริษัท ปตท.แยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกจากกิจการจัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติออกมาตั้งเป็นบริษัทจำกัดภายในเดือน มิ.ย. 2558 ในระยะแรกให้บริษัท ปตท.ถือหุ้นในสัดส่วน 100% จากนั้นให้กระทรวงการคลังพิจารณาเข้าไปถือหุ้น 25% เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ กพช.เห็นชอบให้บริษัท ปตท.ลดสัดส่วนการถือหุ้นบริษัท สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (เอสพีอาร์ซี) ให้นำหุ้นออกจำหน่ายให้ประชาชนโดยผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่น้อยกว่า 30% ภายในไตรมาส 2 ปี 2558
สำหรับการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (พีดีพี) ปี 2558-2579 ซึ่ง กพช.มอบหมายให้กระทรวงพลังงานนำกลับไปทบทวนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท และทิศทางพลังงานของโลก โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน และเสนอ กพช.พิจารณาอนุมัติต่อไป
“แผนพีดีพีใหม่จะลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติลง และกำหนดเชื้อเพลิงต่างๆให้เหมาะสม โดยพิจารณาข้อดีข้อเสียของโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และการร่วมมือผลิตไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน”นายอารีพงศ์ระบุ







