
ฝืดไม่หยุด
กล่าวได้ว่าสถานการณ์ของกลุ่มยูโรโซนในขณะนี้เข้าสู่ช่วงวัดใจอย่างที่สุด ว่าธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี นั้นจะทำอย่างไรต่อไปหลังจากที่มีเสียงกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้อีซีบียังคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เรต ไว้ที่ 0.15% ซึ่งต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของอีซีบีอยู่แล้ว
กล่าวได้ว่าสถานการณ์ของกลุ่มยูโรโซนในขณะนี้เข้าสู่ช่วงวัดใจอย่างที่สุด ว่าธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี นั้นจะทำอย่างไรต่อไปหลังจากที่มีเสียงกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้อีซีบียังคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เรต ไว้ที่ 0.15% ซึ่งต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของอีซีบีอยู่แล้ว
เนื่องจากในขณะนี้สถานการณ์ของกลุ่มยูโรโซนถือว่าตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่สุดที่จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด โดยเห็นได้จากตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องติดต่อกันมานานหลายเดือน โดยขณะนี้อยู่ที่ 0.4% เท่านั้น ห่างไกลเป้าหมายที่ 2.0% อยู่มากโข
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวานนี้ เยอรมนีซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยูโรโซนก็ประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อก็ร่วงลงไปอยู่ที่ 0.8% ถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 4 ปีทีเดียว
พี่ใหญ่ของยูโรโซนก็อาจจะไม่รอดจากภาวะเงินฝืดเช่นเดียวกันครับ
หากพิจารณาปัญหาของกลุ่มยูโรโซนนั้นก็ต้องบอกว่า ยุโรปยังไม่อาจฟื้นตัวจากพิษไข้วิกฤตหนี้ดีพอ ทำให้ความมั่นใจของผู้บริโภคนั้นยังไม่กลับมาเท่าที่ควร ซึ่งเป็นภาวะปกติที่ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายโดยเฉพาะในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ
นอกจากนั้น ยังดูเหมือนว่าสมาชิกกลุ่มยูโรโซนส่วนใหญ่หวังที่จะพึ่งพาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของเยอรมนีเป็นหลัก ให้ช่วยผลักดันเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาค แต่ทว่าในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้น เยอรมนีสามารถและยังทำได้ดีในด้านการส่งออกที่ยังแข็งแกร่ง แต่ผู้บริโภคเยอรมนีนั้นกลับไม่ใช้จ่ายเท่าที่ควร ส่งผลให้ไม่สามารถช่วยอะไรกับสมาชิกยูโรโซนที่เหลือได้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่ยูโรโซนจะประสบกับปัญหาเงินฝืด เพราะเยอรมนีเองก็มีสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่แพ้กัน
ยิ่งไปกว่านี้ ความอึมครึมจากวิกฤตในยูเครน ที่ดึงเอายุโรปเกิดการปะทะกับรัสเซียอย่างรุนแรง ผ่านมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ นั้น ต้องบอกว่าประเด็นปัญหานี้ถือว่าหั่นความมั่นใจของภาคธุรกิจและผู้บริโภคไม่น้อย
เศรษฐกิจของยุโรปยังคงต้องพึ่งพาการใช้พลังงานจากภายนอก และรัสเซียก็เป็นแหล่งพลังงานราคาถูกที่อยู่ใกล้ที่สุด ดังที่จะเห็นได้ว่าเยอรมนีเองก็ยังคงสงวนท่าทีพอสมควรต่อปัญหาในยูเครน เพราะก๊าซธรรมชาติกว่าครึ่งหนึ่งที่เยอรมนีใช้นั้นมาจากรัสเซีย
ปัญหาเงินฝืดที่กำลังก่อตัวขึ้นในขณะนี้จึงเป็นปัญหาท้าทายไม่น้อย ประกอบกับบรรยากาศโดยรวมก็ไม่สู้ดีนัก การออกมาตรการกระตุ้นจากธนาคารกลางยุโรปจึงอาจเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดครับในช่วงนี้







