
สุวรรณสาม ตำนานแห่งกตัญญู
พูดถึงความกตัญญูกตเวที เรื่อง “สุวรรณสาม” ผุดขึ้นในหัวเลย
พูดถึงความกตัญญูกตเวที เรื่อง “สุวรรณสาม” ผุดขึ้นในหัวเลย
ผมได้ยินเรื่องนี้แต่เด็กแล้ว โดยคุณย่าที่เข้าวัดฟังเทศน์ตลอดในยามที่ท่านอัตภาพแข็งแรงเล่าให้ฟัง
ที่วัดพระก็หยิบมาเทศน์บ่อย โดยเฉพาะในโอกาสวันแม่ 12 สิงหาคม
เรียกว่าเป็นเรื่องที่มีความคลาสสิก สุดซึ้ง กินใจ ผมเชื่อว่าใครที่ฟังเรื่องนี้จะยิ่งเกิดอุตสาหะแรงกล้าในการที่จะดูแลปรนนิบัติพ่อแม่และคอยหาโอกาสตอบแทนพระคุณท่าน
ได้ยินว่า “สุวรรณสาม” คืออดีตชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ได้ทำหน้าที่ของการเป็นอภิชาตบุตรเลี้ยงดูปรนนิบัติพ่อแม่ด้วยความตั้งมั่นในกตัญญูกตเวทิตาคุณอย่างเด่นชัด
พ่อของสุวรรณสาม ชื่อ “ทุกูละ” แม่ชื่อ “ปาริกา” ทั้งสองให้กำเนิดสุวรรณสาม โดยที่ไม่มีการล่วงพรหมจรรย์แต่อย่างใด
เพียงแค่ทุกูละเอามือลูบท้องปาริกาเมื่อเวลาที่มีระดูเท่านั้นตามที่พระอินทร์แนะวิธี
เท่านั้นแหละพระโพธิสัตว์ก็จุติจากเทวโลกถือปฏิสนธิในครรภ์ของปาริกา พอล่วงไป 10 เดือน นางก็ได้ให้กำเนิดลูกชายผิวพรรณดั่งทองคำนามว่า สุวรรณสาม
กาลผ่านไปสุวรรณสามอายุ 16 ปี วันหนึ่งพ่อแม่ออกไปหาผลไม้ในป่า
ระหว่างเดินทางกลับอาศรมได้เกิดฝนตกหนัก ทั้งสองจึงเข้าไปหลบฝนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ซึ่งมีจอมปลวกอยู่ใกล้ๆ ได้ถูกอสรพิษพ่นพิษจนตาบอดทั้งคู่
เมื่อสุวรรณสามไม่เห็นพ่อแม่กลับมาจึงออกตามหา จนเห็นรู้ว่าพ่อแม่ตาบอดตั้งแต่นั้นก็จัดเตรียมสถานที่ต่างๆ
ทั้งที่พักกลางคืน ที่พักกลางวัน ที่จงกรม ที่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะให้พ่อกับแม่โดยผูกเชือกทำเป็นราวไว้ในสถานที่นั้นๆ ให้เดินสะดวก
ตื่นเช้าก็ทำความสะอาดอาศรม จัดเตรียมไม้สีฟัน น้ำบ้วนปาก ตั้งน้ำดื่ม อาหาร และผลไม้ที่มีรสอร่อยไว้ ตกเย็นก็ไปตักน้ำ ต้มน้ำ และอาบน้ำให้
วันหนึ่ง สุวรรณสามที่แวดล้อมด้วยหมู่เนื้อกำลังกลับจากตักน้ำถูกพระราชาปิลยักษ์ที่เสด็จมาล่าเนื้อในป่ายิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ
แต่แม้ถูกยิงก็ยังประคองหม้อน้ำไว้ไม่ให้หก ค่อยๆ วางหม้อน้ำล้มตัวลงหันศีรษะไปทางพ่อแม่เพื่อแสดงความเคารพ
แล้วกล่าวขึ้นว่า ในป่านี้เราไม่มีเวรกับใคร ผู้มีเวรกับพ่อแม่เราก็ไม่มี ใครหนอใช้ลูกศรยิงเราหลบซ่อนอยู่ บอกมาเถิด
พระราชาพอสดับถ้อยคำอ่อนโยนนั้น จึงทรงดำริว่าหนุ่มคนนี้แม้ถูกยิงด้วยลูกศรล้มลงยังไม่ด่าบริภาษเรา
ยังเรียกหาเราด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยน จึงเข้าไปใกล้แล้วตรัสบอกว่าพระองค์เป็นพระราชา
สุวรรณสามยังมีสติมั่นคง จึงทูลถามพระราชาไปว่าเหตุใดจึงทรงยิงข้าพระองค์
พระราชาตรัสว่า เราเห็นฝูงเนื้อหมายจะยิง แต่เมื่อเธอเดินเข้ามาทำให้ฝูงเนื้อตกใจหนีไป เราเคืองโกรธเธอจึงได้ยิง
“พระองค์ตรัสอะไรอย่างนั้น เหล่าสัตว์ในป่านี้เมื่อเห็นข้าพระองค์แล้วหนีไปย่อมไม่มี ดังนั้นฝูงเนื้อจะสะดุ้งกลัวข้าพระองค์ได้อย่างไร”
ราชาปิลยักษ์ยอมรับผิดที่ตรัสมุสากับสุวรรณสาม
ขณะที่สุวรรณสามใกล้จะสิ้นใจ ก็กราบทูลว่า ข้าพระองค์ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ตาบอด แต่นี้ต่อไปคงไม่ได้ทำกิจนั้นอีกแล้ว
“ทุกข์เพราะถูกยิงด้วยศรนี้ยังไม่เท่ากับทุกข์ที่จะไม่ได้ปรนนิบัติพ่อแม่อีกต่อไป”
พระราชาทรงเสียพระทัยยิ่ง จึงตรัสบอกสุวรรณสามก่อนจะสิ้นลมว่า อย่าได้กังวลเราจะเลี้ยงดูพ่อแม่เธอเอง
จากนั้นทรงถือหม้อน้ำเสด็จไปอาศรมเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทั้งสองดาบสฟังสร้างความโศกเศร้าให้กับทั้งคู่อย่างยิ่ง
ทั้งนี้ แม้สุวรรณสามจะเสียชีวิตแล้ว แต่ก็เป็นที่ทราบว่าสุวรรณสามได้ฟื้นคืนชีพในเวลาต่อมา
เมื่อแม่ได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า สุวรรณสามได้ประพฤติธรรม ปรนนิบัติเลี้ยงดูเราอย่างดี ด้วยวาจาสัตย์นี้ขอพิษจากลูกศรจงหายไป
พร้อมกันนี้ เทพธิดาชื่อ พสุนทรี ผู้เคยเป็นแม่ของสุวรรณสามในชาติก่อน ก็ได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า ใครๆ ที่จะเป็นที่รักของเรายิ่งกว่าสุวรรณสามย่อมไม่มี
ด้วยวาจาสัตย์นี้ขอพิษร้ายจงหายไป แล้วความอัศจรรย์ก็บังเกิดพิษร้ายได้หายไป สุวรรณสามกลับฟื้นชีวิต ไม่เพียงเท่านั้นนัยน์ตาที่มืดบอดของพ่อแม่ก็กลับมาเห็นชัดเจนดังเดิมอีกด้วย
คลาสสิก สุดซึ้ง กินใจ จริงๆ
และต้องยอมรับว่าสุวรรณสามนั้นคือสัญลักษณ์ของ “คนดี” ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีแอ๊บแน่นอน เพราะยึดมั่นในความกตัญญูกตเวทีมาโดยตลอด
ดังนั้น วันที่ 12 สิงหามหามงคลนี้ ลูกทั้งหลายพร้อมหรือยังครับที่จะเป็นคนดีที่สมบูรณ์ของแม่







