
เร่งปรับปรุงบทบาท
การว่าจ้างให้หญิงรับตั้งครรภ์แทนหรือการอุ้มบุญในสถานพยาบาลเอกชนในบ้านเราที่คึกคัก
การว่าจ้างให้หญิงรับตั้งครรภ์แทนหรือการอุ้มบุญในสถานพยาบาลเอกชนในบ้านเราที่คึกคักจนเกิดเรื่องราวฉาวโฉ่ไปทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ได้รับความเสียหายร้ายแรง
วิชาชีพแพทย์นั้นถูกกำหนดให้บริบาลสุขภาพโดยมุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลาง โดยมีแพทยสภาเป็นองค์กรกำหนดกฎเกณฑ์ควบคุมให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องมีคุณสมบัติที่พึงประสงค์และมีความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ ทั้งด้านพฤตินิสัย เจตคติ คุณธรรม และจริยธรรมแห่ง วิชาชีพ ฯลฯ
ก่อนจะมีการกำหนดเกณฑ์เหล่านี้ออกมาปฏิบัติ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ผ่านการปลูกฝังมาตั้งแต่ในโรงเรียนแพทย์จนถึงอาจารย์แพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจว่าจะได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพตามเกณฑ์ในระดับสากล
อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกิดข้อพิพาทจนมีการฟ้องร้องขึ้นระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยจำนวนมาก รวมทั้งเกิดข้อครหาเกี่ยวกับการใช้วิชาชีพแพทย์ไปในทางแสวงหาประโยชน์หลายกรณี เป็นต้นว่า มีการลักลอบขายไตในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีกรณีการทำศัลยกรรมจนผู้รับบริการเสียโฉม แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบ กระทั่งเรื่องการอุ้มบุญที่ตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ฯลฯ
ต้องยอมรับว่าหลายกรณีที่เกิดขึ้น แพทยสภาซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลได้ปล่อยปละละเลยให้เหตุการณ์เหล่านี้บานปลาย ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นแต่ละครั้งแพทยสภาจึงนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ทั้งที่แต่ละกรณีมีฐานความผิดตามข้อบังคับแพทยสภาในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว
ขณะที่ในส่วนคลินิกก็มีฐานความผิดมาตรา 34 (2) ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 อยู่แล้วเช่นกัน จึงชัดเจนว่าความไม่กระฉับกระเฉงในการกำกับดูแลกันเอง ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพถูกวิพากษ์วิจารณ์จนศรัทธา สั่นคลอน
นอกจากจะฝากความหวังไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผลักดันกฎหมายควบคุมการทำอุ้มบุญแล้ว โรงเรียนแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรด้านสุขภาพทั้งหลายคงต้องหยิบยกเรื่องนี้มา ถกเถียงและพิจารณาปัญหาในภาพรวมกันขนานใหญ่
จะทบทวนการเรียนการสอนกันตั้งแต่โรงเรียนแพทย์ หรือจะกำหนดกฎเกณฑ์มาดูแลกันเองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นอย่างไรก็ควรเร่งดำเนินการ อย่าปล่อยให้เจตคติเกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์ถูกทุนและผลประโยชน์เข้าครอบงำ จนส่งผลให้วงการแพทย์เปราะบางไปมากกว่านี้
ทางแพทยสภาเองก็ต้องกระตือรือร้นทบทวนบทบาทองค์กรและบทบาทคณะกรรมการเสียใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างสุจริตได้เป็นที่พึ่งและไม่ต้องแบกรับความมัวหมองไปมากกว่านี้
หากไม่เร่งปรับปรุงการดำเนินการกันเสียตั้งแต่วันนี้ นานเข้าจะยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือศรัทธาของการประกอบวิชาชีพแพทย์โดยรวมสั่นคลอนและขาดความน่าเชื่อถือจากผู้รับบริการ







