
นิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไรส่งคนนอกร่วมสรรหาสปช.ได้
กกต. แจ้งนิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไร ส่งคนนอกร่วมสรรหาสภาปฏิรูปฯได้ไม่ผิดหลักเกณฑ์
กกต. แจ้งนิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไร ส่งคนนอกร่วมสรรหาสภาปฏิรูปฯได้ไม่ผิดหลักเกณฑ์
เมื่อเวลา 12.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกิจการการเลือกตั้ง กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการสรรหาสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการมากที่สุด โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้กับบุคคลต่างๆ รวมถึงตระหนักร่วมกันว่าการปฏิรูปเป็นทางออกของประเทศ ซึ่งอาจจะไม่สามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จในวาระของสปช. แต่จะส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติในอนาคต ไม่อยากให้มองว่าสปช.มีการกำหนดไว้สำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือมีการกำหนดพิมพ์ปฏิรูปไว้แล้ว เพราะสปช.เป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกฝ่าย ในการหาแนวทางปฏิรูปประเทศ
สำหรับพรรคการเมืองสามารถเสนอบุคคลเข้าร่วมสรรหาได้ เนื่องจากเป็นนิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไรตามกฎหมาย ไม่อยากให้สังคมตั้งข้อรังเกียรติต่อนักการเมือง ซึ่งหากเข้าร่วมสปช.น่าจะสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ แต่ถ้าจะเข้ามาเพื่อสรรหาผลประโยชน์ที่เอื้อต่อกลุ่มตน สปช.ท่านอื่นน่าจะคัดข้อเสนอเหล่านั้นออกอย่างแน่นอน ทั้งนี้อยากให้เข้ามาร่วมกันหาแนวทางในสปช. มากกว่าการยื่นมาเพียงข้อเสนอเท่านั้น เพื่อสร้างบรรยากาศการประชุมที่มีส่วนร่วมร่วมกัน
ส่วนการที่กกต.จะเสนอชื่อบุคคล 2 ท่านเข้าร่วมการสรรหาตามสิทธินิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไรนั้น ไม่มีสิทธิเหนือนิติบุคคลอื่นแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาว่าจะคัดเลือกหรือไม่ ซึ่งกกต.จะมีการหามติเสนอชื่อบุคคลในสัปดาห์หน้า
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. กล่าวว่า นิติบุคคลไม่แสวงผลกำไร ที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์มีกว่า 3,400 องค์กร นอกจากนั้นสถาบันการศึกษา วัด และพรรคการเมือง ฯลฯ มีสิทธิในการเสนอบุคคลเข้าร่วมคัดสรรเช่นกัน ส่วนนิติบุคคลที่เป็นอาคารชุด ถือเป็นนิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไรตามพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช. จึงมีสิทธิเสนอชื่อบุคคล แต่ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าไม่มีการแสวงหาผลกำไรจริง เพื่อลดภาระของกกต.ในการตรวจสอบ
ต่อคำถามว่าจะมีการจัดสัดส่วนของผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 11 ด้าน อย่างไร นายภุชงค์ กล่าวว่า การสรรหา 11 ด้าน จะต้องได้มาทั้งหมดไม่เกิน 173 คน อาจจะไม่ครบทั้งหมด ซึ่งแต่ละด้านไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนสปช.เท่ากัน







