
บัญชีกลางแก้โกงให้ราชการรูดปรื๊ด
บัญชีกลางเร่งหน่วยราชการใช้บัตรเครดิตแทนเงินสด ป้องกันการทุจริต
บัญชีกลางเร่งหน่วยราชการใช้บัตรเครดิตแทนเงินสด ป้องกันการทุจริต
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบการใช้จ่ายเงินของส่วนราชการให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และคล่องตัว โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 เริ่มนำบัตรเครดิตราชการมาใช้เบิกจ่ายค่าเดินทางไปราชการชั่วคราวทั้งในและต่างประเทศ การฝึกอบรม สัมมนา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงาน และช่วยให้การใช้จ่ายมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ได้นำแนวคิดในเรื่องของบัตรเติมน้ำมันรถ (Fleet Card) มาใช้แทนวิธีการชำระด้วยเงินสด คูปอง หรือใบสั่งจ่ายน้ำมัน
อย่างไรก็ดี จากการสำรวจผลการใช้บัตรดังกล่าวของส่วนราชการ 283 แห่ง มีเพียง 52 หน่วยงาน หรือคิดเป็น 18% ที่ใช้บัตรเครดิตราชการ และ 103 หน่วยงาน หรือคิดเป็น 36% ที่ใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการ และหากคิดเชิงมูลค่าของการใช้บัตรเครดิตราชการ มีส่วนราชการใช้ 1,924 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.75% ของงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การฝึกอบรม ประชุม สัมมนา และใช้ Fleet Card แค่ 72 ล้านบาท ซึ่งไม่ถึง 1% ของงบประมาณที่เป็นค่าเชื้อเพลิง
สำหรับหน่วยงานราชการที่ไม่ยอมใช้บัตรเครดิตราชการ แจ้งว่า เป็นเพราะไม่สะดวกหรือคล่องตัวเท่าที่ควร หรือเกิดปัญหาข้อขัดข้องบางประการ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้รับฟังข้อเสนอแนะในประเด็นปัญหาต่างๆ จากการใช้บัตรดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมให้มีการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
นายมนัส กล่าวต่อว่า จากสถิติการเบิกจ่ายที่ผ่านมา พบว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการทั้งในและต่างประเทศ การฝึกอบรม ประชุม สัมมนา มีมูลค่าโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท และงบประมาณที่เป็นค่าเชื้อเพลิงสูงถึงปีละประมาณ 1.06 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การใช้บัตรเครดิตราชการและบัตรเติมน้ำมันรถราชการ มีประโยชน์อย่างยิ่งสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยงจากการถือเงินสด ช่วยลดปัญหาการทุจริต ทำให้การใช้จ่ายเงินของภาครัฐเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานหันมาใช้บัตรเครดิตให้มากขึ้น







