posttoday
อาร์เจนตินาผิดชำระหนี้เติมเชื้อ ฉุด ศก.โลก

อาร์เจนตินาผิดชำระหนี้เติมเชื้อ ฉุด ศก.โลก

04 สิงหาคม 2557

กลายเป็นหนึ่งปัจจัยที่สร้างความโกลาหลให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลายเป็นสีแดงได้ยกแผงทันที

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

กลายเป็นหนึ่งปัจจัยที่สร้างความโกลาหลให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลายเป็นสีแดงได้ยกแผงทันที ภายหลังจากที่ทางรัฐบาลอาร์เจนตินาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการชำระหนี้ให้กับกองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) ของสหรัฐ อย่างเอ็นเอ็มแอล แคปปิตอล และออเรอุส แคปปิตอล แมเนจเมนต์ จำนวน 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา จนส่งผลให้รัฐบาลอาร์เจนตินา “ผิดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 13 ปี”

เหตุสำคัญที่ส่งผลให้รัฐบาลผิดชำระหนี้ครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากการผิดชำระหนี้ในปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจอาร์เจนตินากำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทั้งอัตราการว่างงานที่สูงมากกว่า 20% การประท้วงและเปลี่ยนผู้นำถึง 5 คน ในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ รวมไปถึงมีปัญหาเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ทำให้ประเทศไม่สามารถชำระหนี้ให้บรรดาเจ้าหนี้ได้

ทั้งนี้ จากการผิดชำระหนี้ปี 2001 ดังกล่าว บรรดาเจ้าหนี้บรรลุข้อตกลงยอมให้รัฐบาลปรับโครงสร้างพันธบัตรและจ่ายหนี้ลดลง เหลือเพียง 30% ของสัดส่วนหนี้ที่ถือครองเท่านั้น ทว่าเอ็นเอ็มแอล แคปปิตอล และออเรอุส แคปปิตอล แมเนจเมนต์ เฮดจ์ฟันด์ ต้องการให้รัฐบาลอาร์เจนตินาบรรลุข้อตกลง โดยการจ่ายหนี้ที่ยังไม่ปรับโครงสร้างเต็มจำนวน 100% ให้กับเฮดจ์ฟันด์ ทั้งสองแห่ง ซึ่งหากไม่สามารถจ่ายหนี้ให้เฮดจ์ฟันด์ ทั้งสองแห่งได้ รัฐบาลอาร์เจนตินาจะไม่สามารถจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้รายอื่นๆ ได้

จากสาเหตุดังกล่าว จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ทางรัฐบาลอาร์เจนตินาปฏิเสธที่จะจ่ายให้กับเฮดจ์ ฟันด์ทั้งสองราย จนผิดชำระหนี้ในที่สุด เนื่องจากว่าถ้ารัฐบาลตกลงจ่ายหนี้ให้ทั้งสองแห่งเต็มจำนวนแล้ว อาจจะทำให้เจ้าหนี้ที่ได้รับการจ่ายหนี้เพียง 30% ยื่นฟ้องขอให้รัฐบาลจ่ายหนี้เต็มจำนวนอย่างแน่นอน ซึ่งมีการประเมินกันว่าหากต้องจ่ายหนี้เต็มจำนวนให้กับเจ้าหนี้รายอื่นๆ รัฐบาลอาร์เจนตินาอาจจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.2 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว

แม้ว่าจากการผิดชำระหนี้ในปี 2001 จะทำให้อาร์เจนตินาถูกปล่อยโดดเดี่ยวจากระบบการเงินโลก จนหลายฝ่ายมองว่าการผิดชำระหนี้ครั้งนี้จะอยู่ในวงจำกัดเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศให้เข้าสู่ภาวะถดถอย และไม่น่าจะกระทบกับระบบการเงินโลกทั้งหมด

ทว่าการผิดชำระหนี้ในครั้งนี้ ก็มีน้ำหนักมากพอที่จะขย่มตลาดหุ้นโลกให้ผันผวนได้อย่างที่เห็นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะในช่วงนี้ปัจจัยลบที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลกก็มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเรื่องสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีวิกฤตในยูเครน รวมไปถึงการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์และอิสราเอล บวกด้วยปัจจัยเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะมีการปรับขึ้นเมื่อใด

ทว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ก็คือ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบางเช่นนี้ ไม่ได้มีอาร์เจนตินาเพียงประเทศเดียวที่มีการผิดชำระหนี้หรือประสบปัญหาในการชำระหนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หากอ้างอิงจากอันดับความน่าเชื่อถือหรือเครดิต ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาล ที่จัดโดยมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของสหรัฐ กลับพบว่าประเทศที่มีเครดิตที่ Caa1 หรือต่ำกว่านั้นมีอีกถึง 10 ประเทศเลยทีเดียว

แน่นอนว่า ระดับ Caa1 โดยมูดี้ส์ เป็นระดับที่บ่งชี้ได้อยู่แล้วว่าไม่อยู่ในระดับที่น่าลงทุน และมีความเสี่ยงมาก เพราะนับว่าต่ำกว่าระดับ Ba1 ซึ่งก็นับว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่ลงทุนได้ที่มีความเสี่ยงอยู่หลายระดับเลยทีเดียว โดยประเทศดังกล่าวที่มีเครดิตอยู่ระดับ Caa1 หรือต่ำกว่า ได้แก่ เบลีซ คิวบา ไซปรัส เอกวาดอร์ อียิปต์ กรีซ จาเมกา ปากีสถาน ยูเครน และเวเนซุเอลา

กระนั้นก็ตาม แม้ประเทศเหล่านี้จะมีอันดับเครดิตที่ต่ำ แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นจากปัญหาในลักษณะเดียวกัน เพราะบางประเทศอย่างกรีซ จาเมกา ไซปรัส นั้นมีเครดิตอยู่ในระดับต่ำจากปัญหาหนี้ที่สูงมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่บางประเทศนั้นเป็นเพราะปัญหาภายในประเทศ เช่น อียิปต์ และยูเครน

ทว่า สิ่งหนึ่งที่แน่นอนของประเทศเหล่านี้ก็คือ การถูกจัดอันดับเครดิตอยู่ในระดับต่ำ มีความหมายว่า บรรดาประเทศเหล่านี้ต้องให้อัตราของผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น เนื่องจากว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนมากขึ้นในการลงทุนในประเทศเหล่านี้ที่มีความเสี่ยงสูง

ยกตัวอย่างเช่น พันธบัตรอายุ 10 ปี ที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐ อาจจะให้ผลตอบแทนเพียง 2.5% ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลจาเมกาเพิ่งออกพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี กลับให้ผลตอบแทนสูงถึง 7.65% เพื่อดึงดูดนักลงทุน

ขณะเดียวกัน เพื่อระดมทุนในตลาดระหว่างประเทศ ประเทศเหล่านี้เลือกที่จะออกพันธบัตรเป็นสกุลเงินที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย เช่น สกุลเงินเหรียญสหรัฐ สกุลเงินเยนของญี่ปุ่น หรือสกุลเงินยูโร เพื่อต้องการให้บรรดานักลงทุนไม่จำเป็นต้องกังวลกับสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ที่มีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่มีสกุลเงินที่ค่อนข้างอ่อนไหวและอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น จากความเคลื่อนไหวที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะยุติการเข้าซื้อพันธบัตร และมีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเมื่อสกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่าลง ทางรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นก็จะต้องชำระหนี้ที่ออกในรูปสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ประกอบกับต้องยอมรับว่าประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ประเทศที่มีฐานะความมั่งคั่ง ซึ่งหากประสบกับปัญหาการชำระหนี้เป็นจำนวนมหาศาล ก็ย่อมจะส่งผลกระทบกับประเทศเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องการผิดชำระหนี้ของอาร์เจนตินาครั้งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องหลักใหญ่สำคัญที่ฉุดเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบางให้กลับเข้าสู่วิกฤตทางการเงินเมื่อช่วงปี 2008 อีกครั้ง

ทว่า การผิดชำระหนี้ครั้งนี้และความเสี่ยงที่จะผิดชำระหนี้จาก 10 ประเทศที่เหลือ อาจเป็นเหมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่สามารถเติมเชื้อไฟเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอให้ลุกลามมากกว่าที่คาดก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69