posttoday
"สุรชัย"ไม่ขอพูดปมประธานสนช.ชี้ให้ที่ประชุมตัดสิน

"สุรชัย"ไม่ขอพูดปมประธานสนช.ชี้ให้ที่ประชุมตัดสิน

04 สิงหาคม 2557

"สุรชัย" ไม่ขอพูดเรื่องประธานสนช. ระบุให้ที่ประชุมเป็นผู้ตัดสิน "สมชาย" มั่นใจสัดส่วนทหารมากไม่เป็นปัญหาในการทำงาน

"สุรชัย" ไม่ขอพูดเรื่องประธานสนช. ระบุให้ที่ประชุมเป็นผู้ตัดสิน "สมชาย" มั่นใจสัดส่วนทหารมากไม่เป็นปัญหาในการทำงาน

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ อดีตรองประธานวุฒิสภากล่าวว่า การเลือกประธานสนช.ต้องรอให้ที่ประชุมเป็นผู้ตัดสิน หากจะให้พูดในตอนนี้ก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม และไม่ใช่เรื่องที่ใครจะแต่งตั้งใครก็ได้ เมื่อถึงเวลาก็จะเห็นเอง แต่ส่วนตัวให้อยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้

นายสุรชัย กล่าว่า ส่วนจะชิงตำแหน่งประธานสนช.หรือไม่นั้น ยังไม่มีความคิดเรื่องนี้ แต่ที่ผ่านมาตนผ่านการทำงานมาหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะรองประธานวุฒิสภาทุกคนก็ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งงานสนช. คงหนักมากขึ้นเพราะรวมงาน 2 สภาไว้ แต่ตนพร้อมทำงานหนัก เพื่ออุทิศตัวให้เต็มที่

นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสนช.อาจต้องมีการเขียนขั้นตอนเอาไว้ในข้อบังคับการประชุมสนช.ฉบับใหม่ โดยอาจนำแนวปฏิบัติในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้เคยกำหนดมาปรับใช้ เช่น การเสนอชื่อบุคคลโดยต้องมีผู้รับรอง เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับที่ประชุมสนช.จะหารือกัน แต่คิดว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ที่ประชุมเลือกจะต้องมาจากสนช.เท่านั้น

นายสุรชัย กล่าวว่า การทำงานของสนช.นับจากนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตเคยวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติก่อนหน้านี้มาศึกษาและนำเป็นแนวปฏิบัติโดยเฉพาะคำวินิจฉัยเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายฉบับในอดีต เพื่อไม่ให้การตรากฎหมายเกิดปัญหาอีก

นพ.เจตต์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช. กล่าวว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีอาจดำเนินการได้ในแนวทางหนึ่งแนวทางใดภายใต้ 2 แนวทางนี้ คือ 1.ให้ที่ประชุมสนช.กำหนดลงไปเลย 2. ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสนช.ฉบับใหม่ขึ้นมาแล้วให้บรรจุขั้นตอนและวิธีการเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีเอาไว้

"ส่วนตัวคิดว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาควรใช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการหนึ่งคณะเพื่อจัดทำข้อบังคับใหม่ เพื่อที่จะสามารถกำหนดขั้นตอนและรายละเอียดได้ชัดเจน"นพ.เจตต์ กล่าว

เมื่อถามว่า การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีควรจะเป็นแบบเปิดเผยหรือลับ นพ.เจตต์ กล่าวว่า จะลับหรือไม่ลับก็ได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะว่าอย่างไร แต่ถ้าย้อนกลับไปดูประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมาก็เป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผยมาตลอด

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช. กล่าวว่า การที่สนช.มีทหารเข้ามาในตำแหน่งกว่าครึ่งหนึ่งไม่เป็นปัญหาในการทำงาน เพราะทหารแต่ละคนที่เข้ามาทำงานมีประสบการณ์และความรู้ความสามารถ ซึ่งหลายคนมีความรู้ทางกฎหมาย ประกอบกับสนช.คนอื่นๆที่มีความรู้ความชำนาญในด้านต่างๆก็จะทำให้การออกกฎหมายต่างๆมีความรัดกุมมากขึ้น นอกจากนี้การทำงานร่วมกันของสนช. สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นการแบ่งกันทำงานในด้านต่างๆเพื่อปฏิรูปประเทศ สามารถร่วมกันทำงานได้ ไม่เหมือนในอดีตที่มีแต่ความขัดแย้งกัน

นายสมชาย กล่าวว่า ขณะเดียวกันคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะจากผลงานการเป็นหัวหน้าคสช.ที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาประเทศได้ดี รวมทั้งมีความรอบคอบเข้าใจปัญหา ส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 สว.จะผลักดันนายสุรชัย ชิงตำแหน่งประธานสนช.กับนายพรเพชร วิชิตชลชัย สมาชิกสนช. ทางกลุ่มไม่ได้คุยกันในประเด็นนี้ เนื่องจากเข้ามาทำงานเพื่อประเทศ ไม่ใช่มาแข่งขัน อีกทั้งเห็นว่า นายพรเพชรและนายสุรชัย ทั้งคู่มีความเหมาะสมทั้งประสบการณ์ในการทำงานและความรู้ด้านกฎหมาย เชื่อว่าหากทั้งคู่ได้รับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจะทำงานร่วมกันได้ดี

นายสมชายกล่าวอีกว่า เรื่องที่สนช.ต้องเร่งทำคือ เรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 และกฎหมายต่างๆที่ยังค้างอยู่ในสภา ส่วนเรื่องการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีรวมทั้งการถอดถอนบุคคลทางการเมืองอื่นๆ ต้องหารือในที่ประชุมสนช.ก่อน ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประธานสนช.จะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมเมื่อใด แต่ในนามส่วนตัวเห็นว่าสามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 มีข้อกำหนดให้สนช.ทำหน้าที่แทนวุฒิสภา ดังนั้นจึงสามารถพิจารณาเรื่องการถอดถอนได้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม