posttoday
ทำอย่างไรดีกับการค้าที่เป็นเงินยูโร

ทำอย่างไรดีกับการค้าที่เป็นเงินยูโร

28 พฤษภาคม 2553

ช่วงนี้ผมเจอคำถามบ่อยมากว่า จะทำอย่างไรดีกับ ความเสี่ยงเงินยูโร ทั้งจากธุรกิจที่มีการนำเข้าหรือส่งออก และจากคนรวยที่มีเงินลงทุนในต่างประเทศ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า โดยปกติผมไม่ชอบทำนายค่าเงิน เพราะถือว่าถูกสิบครั้งอาจไม่คุ้มกับผิดครั้งเดียว ต่อให้พวกที่มีอาชีพเป็นนักค้าเงินโดยตรง ไม่ว่าจะแน่แค่ไหนก็ต้องมีที่ทำนายผิดอยู่บ่อยๆ

สิ่งที่นักธุรกิจและผู้ลงทุนพึงระวังคือเรื่องความเสี่ยง อย่าเสี่ยงมากเกินไป อย่าเสี่ยงจนขาดทุนแล้วแบกรับไม่ไหว

ใกล้ถึงฤดูฟุตบอลโลกแล้ว ให้ดูแฟนบอลเป็นตัวอย่าง ทุกครั้งจะต้องมีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่เสียพนันจนไม่มีปัญญาชำระหนี้ กลายเป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรือทำร้ายร่างกายกัน

วันนี้ผมจะขอตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับเงินยูโร 2 คำถาม ดังนี้

คำถามแรก ความเสี่ยงเงินยูโรในขณะนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ มากน้อยเพียงใด

คำตอบคือเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นมากเสียด้วย

วิกฤตที่เกิดกับกรีซ ซึ่งอาจจะลุกลามบานปลายไปยังประเทศอื่นในยูโรโซน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลก ผลกระทบด้านการค้าอาจมีในระดับหนึ่ง แต่ผลกระทบต่อกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าออกยูโรโซนจะรุนแรงยิ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยนักเก็งกำไร และมีเครื่องมือทางการเงินมากมายที่ช่วยให้เก็งกำไรได้โดยสะดวก

ผลที่ตามมาคือความผันผวนของค่าเงิน กล่าวคือค่าเงินอาจแข็งขึ้นหรืออ่อนลงได้หลายเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือไม่กี่นาที ทำให้ธุรกิจที่ค้าขายตามปกติอาจพลอยต้องเกิดกำไรหรือขาดทุนมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งๆ ที่ปริมาณการค้าก็เท่าเดิม หรืออาจจะลดลงด้วยซ้ำ

นักธุรกิจพึงประเมินว่า ถ้าเกิดการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโรมากๆ จะเกิดความเสียหายจนเกินสมควรหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วพบว่าความเสี่ยงมากเกินไป ก็ควรซื้อหรือขายล่วงหน้าอย่างน้อยบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงรวมให้ลงมาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ต่อไป

เมื่อ 23 ปีก่อน ตอนที่สหรัฐเกิดวิกฤตซับไพรม์และวิกฤตสถาบันการเงิน มีนักวิชาการหลายรายที่ออกมาแนะนำนักธุรกิจให้เปลี่ยนสกุลเงินที่ใช้ในการค้าขาย จากเงินเหรียญสหรัฐไปเป็นเงินยูโรและสกุลอื่นๆ รวมทั้งบางรายที่มีจินตนาการกว้างไกลถึงกับแนะนำให้ค้าขายเป็นเงินหยวนด้วย

ในช่วงนั้น ผมต้องอธิบายให้นักธุรกิจหลายรายฟังว่า ถ้าจะทำตามคำแนะนำของนักวิชาการจริง ต้องระมัดระวังอยู่ 2 เรื่อง คือ

หนึ่ง โดยปกติค่าเงินบาทจะผูกติดกับค่าเงินเหรียญสหรัฐมากกว่าสกุลอื่น เพราะฉะนั้นเมื่อเปลี่ยนการค้าเป็นสกุลอื่น ความเสี่ยงต่อกำไรขาดทุนก็อาจเพิ่มขึ้นในทันที

สอง การค้าเงินสกุลอื่นที่ไม่ใช่เงินเหรียญสหรัฐ มักจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เป็นต้นทุนที่นักวิชาการส่วนใหญ่และนักธุรกิจเองอาจจะไม่รู้ตัว แต่แฝงอยู่ในรูปส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่เพิ่มมากขึ้น

ที่เป็นเช่นนี้เพราะในตลาดค้าเงินระหว่างประเทศ เงินสกุลหลักในการค้าคือเงินเหรียญสหรัฐ ในการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับสกุลอื่นๆ คนที่เป็นลูกค้าอาจจะไม่ทราบว่า ธนาคารที่เป็นคนกลางจะคำนวณราคาผ่านเงินเหรียญสหรัฐเสมอ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอให้นึกถึงการบินในประเทศที่มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดระหว่างเชียงใหม่กับอุบลราชธานี คือ เชียงใหม่กรุงเทพฯ กับกรุงเทพฯอุบลราชธานี เพราะถ้าจะให้มีเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงใหม่กับอุบลราชธานี จำนวนเที่ยวบินจะมีน้อยจนไม่สะดวกในการกำหนดเวลาเดินทาง และค่าตั๋วก็อาจจะต้องแพงขึ้นมาก

บทบาทของเงินเหรียญสหรัฐในฐานะสกุลหลักของการค้าโลกไม่ต่างอะไรกับบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการบินในประเทศ จึงเป็นบทบาทที่นักวิชาการหรือนักเศรษฐศาสตร์จะประกาศิตให้มีสกุลอื่นมาแทนไม่ได้โดยง่าย

คำถามสำคัญอีกข้อหนึ่งเกี่ยวกับเงินยูโรคือ ค่าเงินยูโรในขณะนี้อ่อนเกินไป หรือแข็งเกินไป ระดับที่เหมาะสมอยู่ที่ไหน

คำตอบคือ สำหรับกรีซ ค่าเงินยูโรแข็งเกินไปอย่างแน่นอน สำหรับสเปน โปรตุเกส กับอิตาลี ค่าเงินยูโรก็น่าจะแข็งเกินไปเช่นกัน ทำให้อาจจะเป็นรายต่อไปที่จะเกิดปัญหา แต่สำหรับเยอรมนี ค่าเงินยูโรน่าจะอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เยอรมนีสามารถสะสมความได้เปรียบทางการค้าและบริการเป็นจำนวนมาก

มีคนบอกว่า กรีซไม่มีปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจอื่นๆ ยกเว้นค่าเงินที่แข็งเกินไป

มีคนบอกอีกว่า แทนที่เยอรมนีจะคิดไล่กรีซออกไปให้พ้นยูโรโซน ประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนควรจะรวมหัวกันขอร้องให้เยอรมนีเป็นฝ่ายลาออกไป ปัญหาต่างๆ อาจจะจบลงได้ง่ายกว่า เพราะเงินยูโรเมื่อไม่มีเยอรมนีคงอ่อนค่าลงมาก จนประเทศที่เหลือในยูโรโซนกลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหนึ่ง

ตั้งแต่เกิดวิกฤตกรีซเป็นต้นมา ค่าเงินยูโรได้อ่อนลงแล้วกว่า 10% ในภาพรวมค่าเงินยูโรอาจจะไม่ได้แข็งเกินไปแล้ว แต่แรงกดดันของตลาดทำให้ความเสี่ยงยังอยู่ในทิศทางของขาลงมากกว่าขาขึ้น มีนักค้าเงินบางรายถึงกับทำนายว่า จะได้เห็นอัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 1 เหรียญสหรัฐในไม่ช้า

เศรษฐีบางคนที่ถือเงินยูโรอยู่และไม่อยากตัดขาดทุน ก็มีคนแนะนำให้เอาเงินยูโรที่มีอยู่ไปซื้อทรัพย์สินในเยอรมนี วิธีนี้ก็จะทำให้ได้มูลค่าที่ต่ำกว่าความเป็นจริงในเยอรมนีมาชดเชยความสูญเสียจากอัตราแลกเปลี่ยน

แต่ท้ายที่สุดจริงๆ ผมเชื่อว่าเงินยูโรไม่น่าจะอยู่ยงคงกระพัน ประเทศต่างๆ ในยูโรโซนในที่สุดคงต้องเลิกใช้เงินยูโร และหันกลับไปใช้สกุลเงินของตนเอง

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม