
ใครซื้อเสียง-ทุจริตอ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้ดี
ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีองค์กรสำคัญๆ 5 องค์กร คือ 1.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2.คณะรัฐมนตรี (ครม.) 3.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 4.สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ 5.คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีองค์กรสำคัญๆ 5 องค์กร คือ 1.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2.คณะรัฐมนตรี (ครม.) 3.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 4.สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ 5.คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ในส่วนของ ครม. ต้องตั้งข้อสังเกตรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนอำนาจหน้าที่รัฐมนตรีต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับอื่นระบุว่า “นายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และคณะรัฐมนตรีอีก 35 คน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน”
แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ มาตรา 19 บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐมนตรีอื่นอีกจำนวนไม่เกิน 35 คน ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินดำเนินการให้มีการปฏิรูปในด้านต่างๆ และส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ”
ทั้งนี้ แปลว่า ครม.ที่จะตั้งขึ้นใหม่มีหน้าที่เพิ่มขึ้นอีก 2 หน้าที่ เป็นหน้าที่ “เฉพาะกาล” คือ การปฏิรูปในด้านต่างๆ และส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ โดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวต้องเขียนไว้เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ คสช.และไม่ต้องการให้การยึดอำนาจ “เสียเปล่า” อย่างที่มีการกล่าวถึงการยึดอำนาจที่ผ่านมา
สำหรับสภาปฏิรูปฯ รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสมาชิก 250 คนนั้น มีข้อน่าสังเกตอายุของสมาชิกสภาปฏิรูปฯ รัฐธรรมนูญได้ลดอายุลงจาก 40 ปี ซึ่งเป็นคุณสมบัติขององค์กรอื่นทั้งหมด เป็น 35 ปี ทำหน้าที่ปฏิรูปใน 11 ด้าน ได้แก่ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคม และอื่นๆ
ขณะที่ที่มาสภาปฏิรูปฯ ก็ต่างจาก สนช. รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติจัดทำรัฐธรรมนูญเอง แต่กำหนดให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง ตามมาตรา 32 ขณะที่สภาปฏิรูปฯ มีสิทธิ 3 ประการ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 31
ขณะที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 32 จำนวน 36 คนเท่าจำนวน ครม. ที่สำคัญรัฐมนตรีจะมาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ ขณะที่สมาชิก สนช. สมาชิกสภาปฏิรูปฯ หรือแม้แต่คนนอกก็เป็นได้ ครั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ชัดเจนว่ามีกรอบให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไปดู ซึ่งเป็นบัญญัติ 10 ประการ ในมาตรา 35 ที่ต้องขีดเส้นใต้ มีดังนี้
(1) การรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ (2) การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมของไทย นั่นคือรัฐธรรมนูญนี้ไม่ต้องการเห็นไปลอกฝรั่งมาทั้งดุ้นอะไรเหมาะสมกับสังคมไทยต้องทำ
(3) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันตรวจสอบและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการกำกับและควบคุมให้การใช้อำนาจรัฐเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน เมื่อก่อนปราบแต่ภาครัฐ แต่ภาคเอกชนไม่คิด วันนี้ให้คิดด้วย
(4) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด แปลว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวบอกว่าต่อไปนี้คนซื้อเสียง หากพิสูจน์ได้ว่าซื้อจริง ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ 5 ปี เหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 แล้ว ดังนั้นใครคิดจะซื้อเสียงให้อ่านมาตรา 35
(4) ให้ดี เสี่ยงมากที่จะถูกตัดออกจากระบบการเมืองไปตลอดชีวิต รวมถึงคนทุจริตด้วย
(5) กลไกที่มีประสิทธิภาพที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือชี้นำ โดยบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แปลว่า หุ่นเชิดทางการเมืองจะมีไม่ได้อีกแล้วต่อไปนี้
(6) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนและทุกระดับ
(7) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างยั่งยืนและป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว
พูดง่ายๆ สังคมที่มีความเหลื่อมล้ำอยู่ต้องแก้ แก้ให้เกิดสังคมที่เป็นธรรม เพื่อให้การพัฒนายั่งยืน และแม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้ใช้คำว่าประชานิยมก็จริง แต่นี่คือประชานิยม ไม่ได้ห้ามประชานิยมทุกประเภท แต่ประชานิยมที่ก่อให้เกิดผลดีไม่ได้ห้าม แต่ห้ามการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว
(8) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบสนองต่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนโดยสอดคล้องกับสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ และกลไกการตรวจสอบและเปิดเผยการใช้จ่ายเงินของรัฐที่มีประสิทธิภาพ เงินนอกงบประมาณต้องถูกดึงเข้ามาตรวจสอบ รวมถึงเงินรัฐวิสาหกิจที่นำไปแจกสิทธิประโยชน์ต่างๆ กันมากมายมหาศาล
(9) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้มีการทำลายหลักการสำคัญที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้ อันนี้สำคัญ หากรัฐธรรมนูญกำหนดหลักการสำคัญไว้แล้ว หากให้ สส.หรือ สว.มาแก้ได้ตามใจชอบ แปลว่า ก็ไม่มีความหมาย
(10) กลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสำคัญต่างๆ ให้สมบูรณ์ต่อไปให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่จำเป็นต้องมีให้พิจารณามาตรการที่จะให้การดำเนินงานขององค์กรดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วย
คสช.รู้ว่า 1 ปีปฏิรูปไม่สำเร็จ จึงกำหนดให้รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดกลไกให้มีการปฏิรูปต่อเนื่อง รวมถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หากจะให้มีต่อก็ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลด้วย
สำหรับตารางเวลาที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้นั้น หากกางรัฐธรรมนูญและอ่านทุกมาตราจะพบว่า เมื่อมีการตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปฯ แล้ว ยังไม่มีการนับอะไรทั้งสิ้น จะนับหนึ่งของกระบวนการทั้งหมดเมื่อมีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปฯ ครั้งแรก ฉะนั้นคาดว่าจากนั้นอีก 11 เดือน จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่องทั้งหมดก็จะเป็นที่ยุติชัดเจน เว้นแต่สภาปฏิรูปฯ จะถูกยุบ เพราะทำไม่เสร็จ หรือพระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบ







