![F8i'dki]jk=hkgriktvv,lbow,j.shd^h F8i'dki]jk=hkgriktvv,lbow,j.shd^h](https://image.posttoday.com/default.jpg?x-image-process=style/lg)
F8i'dki]jk=hkgriktvv,lbow,j.shd^h
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีนโยบายปราบปรามการคอร์รัปชั่น โดยให้ตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) โดยมี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดกรมบัญชีทหารบก เป็นประธานคณะกรรมการ
ทั้งนี้ คตร.กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโครงการของภาครัฐรวม 28 โครงการ หากโครงการไหนพบว่าไม่มีความคุ้มค่าทางการใช้งบประมาณก็ให้แต่ละหน่วยงานนำโครงการกลับไปทบทวนความถูกต้อง
สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน เป็นหนึ่งใน 28 โครงการที่ คตร.กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่
โครงการนี้เกิดขึ้นตามนโยบายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปีงบประมาณ 2554 เพื่อส่งเสริมให้เรื่องพลังงานทดแทน โดยกระทรวงพลังงานได้จัดทำโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการ
วัตถุประสงค์เพื่อหวังกระจายรายได้ให้ชุมชน โดยให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน กำหนดขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 800 เมกะวัตต์ กำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวน 1,120 แห่ง ทั่วทุกภาคของประเทศ
โครงการนี้มูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 4.8 หมื่นล้านบาท โดยกำหนดให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ 100% ในอัตราดอกเบี้ย 4.5% ระยะเวลากู้ 10 ปี และกำหนดราคารับซื้อในอัตราพิเศษปีที่ 1-3 Fit 9.75 บาท/หน่วย ปีที่ 4-10 Fit 6.50 บาท/หน่วย ปีที่ 11-25 Fit 4.50 บาท/หน่วย โดยให้มีวันจ่ายไฟฟ้า เชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี 2557 กำหนดอายุโครงการ 25 ปี
อย่างไรก็ดี โครงการนี้ควรจะเริ่มดำเนินการนานแล้ว แต่กลับไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากกระทรวงพลังงานได้ให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณา ติดขัดอยู่ที่ธนาคารออมสินที่เป็นผู้ถูกกำหนดให้เป็นแหล่งเงินกู้ยืนยันว่าไม่สามารถให้กู้เต็มจำนวนได้ เพราะธนาคารเป็นธนาคารของรัฐและไม่สามารถรับความเสี่ยงได้หากเกิดความเสียหาย
ดังนั้น ธนาคารออมสินจึงได้เสนอว่าให้กองทุน หมู่บ้านควรมีทุนเป็นของตัวเองอย่างน้อย 20-30% และธนาคารจะปล่อยกู้ให้ 70-80% ของมูลค่าโครงการ และขอให้ชุมชนเป็นผู้บริหารโครงการนี้เอง
วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในช่วงที่เป็นอนุกรรมการในฐานะเป็นผู้ให้กู้ก็ได้ทักท้วงเพราะจากการสุ่มข้อมูลพบว่า กองทุนหมู่บ้านยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ แต่ได้ทำการยื่นเอกสารขอเข้าร่วมโครงการโดยมีตัวแทน ติดต่อขอดำเนินการให้ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นหรือนายทุน หรือนายหน้าบริษัทขายอุปกรณ์ ที่เข้ามาบริหารจัดการเรื่องผลตอบแทนทั้งหมดให้ ทำให้โครงการนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตและอาจกลายเป็นหนี้เสีย
รวมทั้งยังพบว่ากองทุนหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังมีจุดอ่อนเรื่องระบบควบคุมด้านการเงินและบัญชี ตลอดจนมีปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระ เงินขาดบัญชี เกรงว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาด้านเงินและปัญหาเรื่องการขัดแย้งของกลุ่มผลประโยชน์อาจทำให้เกิดความไม่ชัดเจนโปร่งใสในอนาคตได้
ดังนั้น เมื่อธนาคารที่จะให้สินเชื่อกับโครงการยังติดขัดกับหลักเกณฑ์การปล่อยกู้โครงการนี้จึงยังไม่ได้ดำเนินการ







