
รวบแก๊งวิ่งราวทรัพย์ก่อเหตุเพียบ
รวบหนุ่ม หนี้ท่วมหัว รวมแก๊งวิ่งราวทรัพย์ชิงทองทั่วสมุทรปราการก่อเหตุ นับสิบคดี
รวบหนุ่ม หนี้ท่วมหัว รวมแก๊งวิ่งราวทรัพย์ชิงทองทั่วสมุทรปราการก่อเหตุ นับสิบคดี
เวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.ค. พ.ต.ท.เชาว์ ป้อมงาม รอง ผกก.สส.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ภูวนาท แก่นจันทร์ สว.สส. ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปั้นมณี รอง สว.สส. และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เข้าควบคุมตัว นายศุภกิจ ลือชาพิทักษ์ อายุ 24 ปี นายณัฐพล คุ้มทรัพย์ อายุ 21 ปี และ นายบุญยิ่ง ดวงเจริญ อายุ 35 ปี ขณะนั่งเสพยาบ้า ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซ.เอี่ยมเจริญ ม.3 ต.บางพลีใหญ่ จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อทำการสอบสวน
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2557 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางพลีได้รับแจ้งจาก น.ส.พรประเสริฐ จุมสมาน อายุ 41 ปี ผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ว่าถูกคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นนูโว สีฟ้า-ดำ ไม่ติดทะเบียน กระชากสร้อยคำทองคำหนัก 1.5 บาท จำนวน 1 เส้น บริเวณหน้าปากซอยขจรวิทย์ ก่อนคนร้ายขี่รถคันดังกล่าวหลบหนีไปตามถนนเทพารักษ์ มุ่งหน้าเขตสำโรงเหนือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ทราบว่า แก๊งที่ก่อเหตุ ได้มากบดานในบ้านเช่าหลังดังกล่าว จึงเข้าตรวจค้นพบผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน กำลังล้อมวงเสพยาบ้าจึงคุมตัวสอบสวน
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ โดย นายศุภกิจ รับว่าทั้ง3 ได้ร่วมกัน ก่อเหตุขี่ รถ จักรยานยนต์ตระเวนวิ่งราวทรัพย์จริง โดยก่อนเหตุมาแล้วหลายท้องที่ ทั้ง สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.สำโรงเหนือ โดยก่อนหน้านี้ นายศุภกิจ เคยทำงาน ในบาร์โฮสต์ชื่อดังแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ และมีหนี้สิน จากบัตรเครดิตของแฟนสาวและหนี้พนันบ่อนบาคาร่า ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซ.5 รวมกว่า 5 แสนบาท จึงตัดสินใจร่วมมือกับเพื่อนอีก 2 คนตระเวนวิ่งราวทรัพย์ เน้นเลือกเหยื่อที่สวมสร้อยคำทองคำ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเพิ่งนำไปจำนำที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง เมื่อเช้าที่ผ่านมา เนื่องจากต้องการหาเงินไปซื้อยาบ้า
ด้าน พ.ต.ต.ภูวนาท แก่นจันทร์ สว.สส. กล่าวว่า เบื้องต้นทั้งสามให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ในส่วนของ สภ.บางพลี พบว่า ก่อเหตุ 2 ครั้ง ส่วนที่เหลือเป็นของท้องที่อื่น โดยชุดสืบสวนได้เร่งขยายผล เพื่อติดตามนำของกลางคืนสู่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน และประสานสภ.ในแต่ละท้องที่เข้าอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป







