
ชูธงปฏิรูปสีกากีล้างพันธุ์มะเขือเทศ
...ทีมข่าวการเมือง
“
เจ้านายเราโดนคดีอย่างงี้แล้วจะทำอย่างไร ผมบอกให้เราเหนื่อย” เสียงบ่นของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย พลันที่ทราบคำสั่งศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ก่อการร้ายขณะที่น้อง พ.ต.ท.ทักษิณ รายหนึ่งโอดครวญกับนักข่าว
“
วันนี้ผมเซ็ง เล่นมากลั่นแกล้งกัน ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีส่วน ...มันมีผลอยู่แล้วต่อการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ ต่างชาติคงระวังมากขึ้น แต่ไม่แน่นะ ถ้าประเทศไหนที่ไม่ได้ทำสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายกับไทย ยอมรับไม่ได้กับการกลั่นแกล้งของรัฐบาลนี้ อาจให้ท่านโฟนอินก็เป็นเรื่องเหมือนกันนะ”วิบากกรรมของพรรคเพื่อไทยจากเหตุ
“ปล้นบ้าน เผาเมือง” จนถูกสังคมประณามป่วนชาติ ยังถูกคดีความต่างๆ ประดังประเดเอาผิดขุนพลทักษิณเรียงตัวกระทั่งนายใหญ่ทักษิณถูกศาลอนุมัติหมายจับฐานก่อการร้าย
ทั้งหัวเรือใหญ่ แกนนำเสื้อแดง สส.เพื่อไทย โดนคดีเป็นพรวน และดีไม่ดีอาจกระเทือนทั้งพรรคที่อาจถูกยุบอีกรอบ
ฝ่ายตรงข้ามเพื่อไทยมองว่า เหตุป่วนเมืองครั้งนี้ย่อมกระทบต่อ
“ขบวนการทักษิณาธิปไตย” ที่กำลังเบ่งบานเช่นเดียวกับเพื่อไทยก็ยอมรับว่า พรรคเผชิญวิกฤตครั้งสำคัญ ไม่ต่างจากสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว และอาจเสียคะแนนจากคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่แหยงภาพเผาเมือง
แต่ลึกๆ แล้วระดับแกนนำของพรรคเพื่อไทยยังเชื่อมั่นว่า การเล่นงานเครือข่ายทักษิณไม่ว่า สกัดกั้นกลุ่มทุน ดำเนินคดีแกนนำ ออกหมายจับในฐานะผู้ก่อการร้าย นี่จะเป็นบูเมอแรงทำให้ขบวนการเสื้อแดงจะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้น และพรรคจะครองใจรากหญ้าในภาคอีสาน ภาคเหนือต่อไป เพราะคนเสื้อแดงร่วม 70 ชีวิต ถูกสังเวยในสมรภูมิ
“ผ่านฟ้าราชประสงค์”บิ๊กเพื่อไทย ถึงกับท้าว่าถ้าเลือกตั้งวันนี้ เพื่อไทยจะชนะถล่มทลายกลับมาเป็นรัฐบาลล้านเปอร์เซ็นต์
สิ่งที่เพื่อไทยเร่งเครื่องชิงแต้มคือ การนำภาพทหารยิงคนเสื้อแดงไปปลุกรากหญ้า ตอกย้ำว่า อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ มือเปื้อนเลือดเติมเชื้อความชิงชัง ตรึงคะแนนนิยมของพลังแดง และแบรนด์เพื่อไทย
ซึ่งแม้เครือข่ายทักษิณในปีก สามเกลอ นปช.จะบาดเจ็บ ถูกคุมขังจนอาจต้องเว้นวรรคการเมืองซักระยะ แต่ความเคียดแค้น ความเกลียดชังที่คนเสื้อแดงที่บริสุทธิ์จำนวนมากรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จะยังดำรงอยู่ไม่รู้จบ และจะเป็นพลังด้านบวกให้กับเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม การเพลี่ยงพล้ำของ
“ขบวนเสื้อแดง” แม้ว่าจะมีทั้งด้านบวก แต่ด้านลบก็มีไม่น้อยทำให้พรรคเพื่อไทยเตรียมสรุปบทเรียน หลังเสร็จศึกซักฟอก เพื่อเตรียมพร้อมในศึกเลือกตั้งใหญ่ปัญหาที่ยืดเยื้อในพรรคมี 3 เรื่องหลัก คือ ตำแหน่งผู้นำพรรคตัวจริง นโยบายพรรค และการวางตัวผู้สมัคร สส. ที่ยังไม่ได้ข้อยุติในหลายพื้นที่ว่าจะให้ใครลง ระหว่าง สส.ปัจจุบัน แกนนำเสื้อแดง และ ตท.10
นโยบายพรรคสายตรงดูไบส่งซิกมาว่า ให้ชูจุดแข็งด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อไป แต่ที่ต้องเพิ่มคือ การเยียวยา สร้างความปรองดอง สมานฉันท์หลังเหตุการณ์
“19 พฤษภาอำมหิต” เพราะหากจะเดินหน้าฆ่ามัน ด้วยนโยบายแยกแผ่นดิน “แดง” แม้จะชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ที่สุดก็เข้าวงจรเดิม ที่จะไม่สามารถปกครองได้อีกเก้าอี้หัวหน้าพรรค จึงต้องเน้นบุคลิก ประนีประนอม แก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจ
ปัญหาพรรคหัวขาดมาร่วมปีกว่า นับแต่เป็นฝ่ายค้าน ด้านหนึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทักษิณที่ให้ขุนพลในพรรคที่ดึงมาใช้ในสงครามชิงอำนาจ มีความหวังในเก้าอี้หัวหน้าพรรค และยังให้กลุ่มก๊วน 20 เหล่ากอ เกิดการถ่วงดุลกันเอง ไม่มีใครเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดบทเรียนที่เนวิน ชิดชอบ เป็นใหญ่และฆ่าพลังประชาชนในที่สุด
ปัญหาการแย่งชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แม้ภาพภายนอกดูจะไม่มีความขัดแย้งมากนัก แต่ลึกๆ แล้วต่างชิงรัก หักเหลี่ยม แทงข้างหลังกันร้าวลึก เพราะถ้าใครขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โอกาสที่จะขึ้นแป้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งมีสูงถึง 90%
ชื่อที่มีลุ้นยังเป็นเหมือนเดิม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย โอฬาร ไชยประวัติ และสายตรงตระกูลชินวัตร
ล่าสุด สายชินวัตรผู้กุมอำนาจสูงสุดยืนยันว่า จะไม่ให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องเลิฟทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเกรงว่าตระกูลชินวัตรจะถูกทำลายล้างรอบสอง แต่เล็ง
“มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ที่ตรงสเปก ประนีประนอม ปรองดอง เหมาะกับสถานการณ์ทุกอย่าง โดยมอบหมายให้มิ่งขวัญเป็นติวเตอร์ลูกพรรคในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนี่จึงเห็นอาการหงุดหงิดของ
“สิงห์เหลิม” ที่ประกาศจะเป็นนายกฯ 6 เดือน ไม่ถูกใจมิ่งขวัญว่า ไม่ทำงาน เอาแต่จิบกาแฟส่วนเหตุผลที่ดูไบตัดตัวเลือกขุนพลคนดัง เช่น
“บิ๊กจิ๋ว” ที่เสนอสูตรรัฐบาลแห่งชาติก็ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า “บิ๊กจิ๋ว” เป้าหมายตรงกัน แต่จุดยืนต่างกันสำหรับ พ.อ.อภิวันท์ หรือ
“รองเปีย” ดาวรุ่งพุ่งแรง ลำหักลำโค่นดี เล่นบทถูกใจคนกลางๆ แต่ติดแบล็กลิสต์รัฐบาลไปแล้วเพราะขึ้นเวทีเสื้อแดง ส่วน “โอฬาร” เก่งเศรษฐกิจจริง แต่ไม่ค่อยลงแรงช่วยงานพรรคแคนดิเดตที่ร้อนฉ่าจึงหนีไม่พ้น
“บิ๊กเหลิม” ที่ลุ้นว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ นี่จะเป็นผลงานที่นายใหญ่ต้องตบโบนัสให้โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
“บิ๊กเหลิม” ในฐานะ “นายกฯ สำรองแนบญัตติซักฟอก” หมายมั่นขย้ำอภิสิทธิ์เป็นการวอร์มอัพในเก้าอี้นายกฯ ถ้าเข้าตาก็จะเรียกศรัทธาแฟนคลับเสื้อแดงอีกโขคนอย่าง
“สิงห์เฉลิม” ไม่มีทางปล่อยโอกาสทองในศึกซักฟอกอภิสิทธิ์แน่ ยิ่งรัฐบาลมีรอยด่างจากการขอคืนพื้นที่คืนด้วยแล้ว“
บิ๊กเหลิม” มีจุดเด่นในฐานะนักการเมืองฝีปากกล้า ซึ่งจะเป็นแต้มต่อทางดูไบ ขณะที่ข่าวจากดูไบเล็ดลอดมาว่า เหตุที่ไม่เอาเฉลิม เพราะคุมลำบาก ยิ่งหากบิ๊กเหลิมเป็นนายกฯ จะทำให้เพื่อไทยถูกต้านหนักขึ้นแม้เพื่อไทยจะสรุปบทเรียน เตรียมเดินหน้าโกยแต้มรากหญ้า แต่ระเบิดเวลาหัวหน้าพรรคคนใหม่ยังสยอง
“ดูไบ” และอาจทำให้พรรคสะดุดขาตัวเองจากกับดักที่วางไว้ไม่รู้ตัว






