
ตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าทั่วไทย
สกัดกั้นขบวนการบุกรุกอุทยานเขาบรรทัดวิกฤตลอบโค่นไม้ปลูกยาง
สกัดกั้นขบวนการบุกรุกอุทยานเขาบรรทัดวิกฤตลอบโค่นไม้ปลูกยาง
อธิบดีกรมอุทยานฯ ตั้ง 1 หน่วย พิทักษ์ 1 อุทยานทั่วประเทศ เพื่อสกัดขบวนบุกรุกป่าอนุรักษ์
นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้กำหนดมาตรการ หนึ่งหน่วยพิทักษ์ ในอุทยานทั่วประเทศ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการบุกรุกป่าอนุรักษ์ หรืออุทยานทั่วประเทศ โดยให้หัวหน้าอุทยานฯ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายไปทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พร้อมทั้งจัดสรรอัตรากำลัง งบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน และให้ออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบตามมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น
ขณะเดียวกันหมั่นออกสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับการลักลอบล่าสัตว์ป่า เก็บหาของป่า การทำประมง การลักลอบตัดปะการัง จับปลาสวยงาม โดยการเดินเท้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือโดยทางเรือแล้วแต่กรณี หากเกิดสถานการณ์เกินกว่ากำลังความสามารถของหน่วย ให้ขอรับการสนับสนุนจากหัวหน้าอุทยานฯ โดยทันที ที่สำคัญให้หน่วยจัดทำแผนการลาดตระเวนในพื้นที่เป้าหมายที่ล่อแหลมให้ชัดเจน หากพบการกระทำผิดทุกกรณีให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า กรณีปล่อยให้มีการแผ้วถางป่าแล้วทำการปลูกพืชอาสินจนเจริญเติบโต หรือทำการสร้างสิ่งปลูกสร้างจนมีลักษณะมั่นคงถาวร ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีเจตนาละเว้นภาคปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือกรณีที่มีพืชผลอาสิน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิด ให้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอหัวหน้าอุทยานฯ ดำเนินการตามมาตรา 22 ให้รื้อถอนและดำเนินคดีอาญาทุกคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ด้าน นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า เพื่อปลูกยางพารา สวนผลไม้ และการตัดโค่นต้นไม้เพื่อแปรรูปไม้ส่งขายในพื้นที่เทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่ อ.ป่าบอน กงหรา ป่าพะยอม ตะโหมด ศรีบรรพต และ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง อยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงยิ่ง โดยที่ผ่านมายึดได้แต่ของกลาง ส่วนผู้ต้องหาได้หลบหนีไปได้เกือบทุกครั้ง
“จึงขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ได้พร้อมกันอนุรักษ์และปกป้องพื้นที่ป่าไม้มิให้ถูกทำลายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งต้นน้ำลำธาร ซึ่งมั่นใจว่าการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าตามพื้นที่ต่างๆ นั้น จะต้องมีคนในบริเวณท้องที่เกิดเหตุมีส่วนรู้เห็น หรือร่วมกันกระทำความผิด ดังนั้นประชาชนท้องถิ่นต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐถึงจะปราบปรามสำเร็จ” นายวินัย กล่าว







