
คสช.คุมรัฐบาล อ้างความมั่นคง-ปฏิรูป
ใกล้คลอดเต็มทนสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ตามที่คสช. เคยออกมาเปิดเผยว่าไม่เกินเดือน ก.ค.2557
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ล่าสุด ในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แถลงยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จะมีไม่เกิน 50 มาตรา ซึ่งจะประกาศใช้ให้ทันก่อนมีรัฐบาลในเดือน ก.ย. ทั้งนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีการกำหนดข้อจำกัดการบริหารงานของรัฐบาลในบางประการ
“หากใช้วิธีการบริหารราชการปกติทุกเรื่องอย่างที่ทุกคน หลายๆ ฝ่ายต้องการ ก็จะแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้แน่นอน ฉะนั้นจะไม่เกิดประโยชน์ ต้องให้เวลา คสช.ให้โอกาส และเครื่องมือในการทำงานนี้ด้วย เรื่องอำนาจ คสช. และรัฐบาล มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
หัวหน้า คสช.แจกแจงว่า รัฐบาลจะเน้นหนักไปที่การบริหารราชการ ส่วนงานด้านความมั่นคงจะเป็นหน้าที่ คสช.ดูแลรับผิดชอบ
“สำหรับความร่วมมือระหว่าง 2 ฝ่าย คือ การหารือร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกัน มีการประชุมเมื่อจำเป็น และเสนอแนะข้อพิจารณาต่างๆ ให้รัฐบาลนำไปสู่การปฏิบัติในเรื่องอื่นๆ เป็นไปในลักษณะคำแนะนำที่ คสช.จะมีต่อรัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสัญญาณถึงทุกหมู่เหล่าในการเตรียมปฏิรูปประเทศ หลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีสภาปฏิรูปแห่งชาติจำนวน 250 คน
“ต้องการให้ทุกส่วนมีการเตรียมการจัดผู้แทนเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปในระยะที่ 2 โดยจะมีกระบวนการคัดสรรที่กำหนดไว้แต่เดิมประมาณ 11 กลุ่ม น่าจะประมาณ 550 คน และจะต้องไปเพิ่มเติมในส่วนของการคัดเลือกจากจังหวัดต่างๆ ด้วย เพื่อเป็นผู้แทนจังหวัด น่าจะจังหวัดละ 5 คน รวมเป็น 380 คน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
“ในส่วนของจังหวัดต้องคัดเลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คนโดยประมาณ ซึ่งจาก 380 คน ก็จะเหลือ 76 คนรวมกับจากกลุ่มปฏิรูปที่รับสมัครจากทั่วไปอีก 11 กลุ่ม (550 คน) เหล่านั้นก็จะคัดสรรให้เหลือไม่เกิน 250 คน” หัวหน้า คสช.ย้ำ
เมื่อได้สภาปฏิรูปแห่งชาติ 250 คน จะมีการแบ่งลงกลุ่มต่างๆ ให้ได้ทั้ง 11 กลุ่ม ในลักษณะเฉลี่ยกันไป
“ในกลุ่มต่างๆ จะต้องมีคนทุกภาคส่วนเข้าร่วม ท่านสมัครอะไรมาก จากกลุ่มที่ 1 กลุ่มการเมืองมีจำนวนมากไปก็ต้องเฉลี่ยไปยังกลุ่มอื่นๆ ด้วย เพื่อจะได้รับรู้รับทราบโดยทั่วกัน ทั้งหมดก็จะเป็นผลของการปฏิรูปขึ้นมา และนำเสนอสู่ที่ประชุมของสภาปฏิรูปเป็นมติออกมา ก็เสนอมาให้สภานิติบัญญัติส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เสนอไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
สำหรับการทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะรับข้อมูลจากทั้งสองส่วน คือ สภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ โดยรวบรวมปัญหาและข้อขัดข้องต่างๆ ที่เป็นความขัดแย้งมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข จัดทำ และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร เพื่อจะนำไปใช้ในการเลือกตั้งในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมและเป็นธรรมแก่ทุกพวกทุกฝ่าย เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอีกต่อไปในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับด้วยว่า การแก้ปัญหาชาติโดย คสช.ภายในระยะเวลา 1 ปี ไม่เพียงพอแต่ไม่อยากรบกวนเวลาประชาชนมากนัก เพราะฉะนั้นในช่วง 1 ปี จึงขอให้รวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อจะช่วยกันแก้ปัญหาทุกอย่าง
“ช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปีให้ได้อย่างยั่งยืน ทุกคนกลัวว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ถ้าการปฏิรูปยังเกิดขึ้นไม่ได้ ก็จะมีการต่อต้าน มีความขัดแย้ง มีความวุ่นวาย มีความไม่สงบเกิดขึ้นอีกในอนาคตในปีข้างหน้าต่อไป เราต้องเตรียมการวันนี้ให้พร้อม”
ฉะนั้นในช่วงของการปฏิรูปมีความสำคัญ ทุกคนต้องลดอัตตาตนเองลงบ้าง ทุกคนต้องคิดว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในอนาคต
ทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมกันแม้จะมีความเห็นต่าง โดยต้องมองที่ประเทศชาติเป็นหลักว่าจะเดินไปอย่างไร ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม พลังงาน การศึกษา การทุจริตคอร์รัปชั่น
นี่คือคำสัญญาของหัวหน้า คสช.







