
การเมืองอย่างเดียวศีลธรรมไม่เกี่ยว
สถานทูตอเมริกันในไทยก็จัดงานฉลองวันชาติ 4 ก.ค.ทุกปี แต่ไม่เป็นที่สนใจของคนทั่วไปเท่ากับปีนี้ โดยมีเสียงวิจารณ์ค่อนข้างมาจากสื่อไทยต่อบทบาทของท่านทูต คริสตี เคนนีย์ (สร้อยไข่มุก) มีการกล่าวหาว่า ทำไมท่านทูตไม่เชิญหัวหน้า คสช.และนายทหารใหญ่ของ คสช.ไปร่วมงาน ฯลฯ อย่างไรก็ดีเราคิดว่าต้องมองปัญหานี้อย่างรอบด้านและให้ความเป็นธรรมกับท่านทูตด้วย
สถานทูตอเมริกันในไทยก็จัดงานฉลองวันชาติ 4 ก.ค.ทุกปี แต่ไม่เป็นที่สนใจของคนทั่วไปเท่ากับปีนี้ โดยมีเสียงวิจารณ์ค่อนข้างมาจากสื่อไทยต่อบทบาทของท่านทูต คริสตี เคนนีย์ (สร้อยไข่มุก) มีการกล่าวหาว่า ทำไมท่านทูตไม่เชิญหัวหน้า คสช.และนายทหารใหญ่ของ คสช.ไปร่วมงาน ฯลฯ อย่างไรก็ดีเราคิดว่าต้องมองปัญหานี้อย่างรอบด้านและให้ความเป็นธรรมกับท่านทูตด้วย
การที่ท่านทูตจะเชิญใครไปร่วมงานนั้นเป็นสิทธิของท่าน เพราะท่านเป็นเจ้าภาพจะไปบังคับว่าท่านควรจะเชิญคนโน้นหรือคนนี้คง ไม่ได้ การที่ท่านทูตไม่เชิญหัวหน้าและนายทหารผู้ใหญ่ คสช.ไม่ใช่เรื่องประหลาดใจแต่อย่างใด แต่จะเป็นเรื่องที่แปลกมากหากเขาส่งคำเชิญมา เพราะหากเชิญก็จะขัดกับหลักการและท่าทีของรัฐบาลสหรัฐที่ประกาศไม่รับรองการยึดอำนาจหรือรัฐประหารของ คสช. เนื่องจากสหรัฐมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร
อย่างไรก็ดี ท่านทูตแสดงให้เห็นอย่างไม่ปิดบังว่า ในขณะที่ไม่ยอมรับ คสช. สหรัฐยังสนับสนุนอดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์เต็มที่ โดยส่งบัตรเชิญให้อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและบุคคลสำคัญในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และแกนนำ นปช.เสื้อแดง ซึ่งส่วนใหญ่ไปร่วมงานด้วยเพื่อแสดงให้เห็นว่าอเมริกันหนุนพวกตน
เห็นได้ชัดว่าท่านทูตเคนนีย์ตั้งใจบอกสังคมไทยว่า อเมริกันหนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เขามองว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะมาจากการเลือกตั้ง โดยไม่สนใจว่ารัฐบาลที่ผ่านมาจะทุจริตคอร์รัปชั่น ทำลายหลักการประชาธิปไตย คุกคามและละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และคุกคามต่อสิทธิทางร่างกายและทรัพย์สินต่อคนเห็นต่าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ ทั้งที่อเมริกันกำหนดมาตรฐานพวกนี้
ซ้ำนางยังบอกด้วยว่า บัตรเชิญที่ออกไป 1,000 ใบนั้น เชิญเฉพาะคนที่เป็น “เพื่อนของอเมริกา” เท่านั้น เท่ากับต้องการบอกว่า คนที่นางไม่ได้เชิญไม่ใช่เพื่อนของอเมริกัน แต่ คสช.ไม่ต้องเสียใจเพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังเป็นเพื่อนและสนับสนุน คสช. และไม่แคร์อเมริกันที่เห็นแก่ตัว ขณะเดียวกันก็จะได้รู้กันเสียทีว่า สหรัฐเป็นมิตรเทียมและไว้ใจไม่ได้ของคนไทย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่สหรัฐเคยทำกับไทยแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง พอจะเอาประโยชน์จากไทยก็เรียกไทยว่าเป็นพันธมิตรดั้งเดิม แต่พอไม่เป็นประโยชน์ อเมริกันก็พร้อมจะทิ้งไทยได้ทันที
เจ้าสีสุวัติ แห่งกัมพูชา ก่อนถูกเขมรแดงสังหารได้เปิดเผยอย่างขมขื่นว่า เสียใจที่สุดในชีวิตที่ไปเชื่ออเมริกัน เช่นเดียวกับผู้นำเวียดนามใต้ที่ยอมรับว่าหลงเชื่ออเมริกันจนไม่มีแผ่นดินอยู่ ไทยมีประสบการณ์อันขมขื่นกับสหรัฐมาหลายต่อหลายครั้ง รัฐบาลไทยเคยให้การสนับสนุนอเมริกันตลอดมาในสงครามอินโดจีน ยอมให้อเมริกันมาตั้งฐานทัพในไทยและยอมแม้จะมีปัญหากับเพื่อนบ้าน
แต่สุดท้าย อเมริกันก็เปิดหนีทิ้งไทยไปอย่างไม่เหลียวแล ซ้ำยังมองว่าอย่างไรเสียไทยก็เป็น “โดมิโน” ตัวต่อไป ไทยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ตัวเองอยู่รอด ครั้งหนึ่งกองทัพไทยขาดแคลนกระสุนปืนใหญ่ จึงขอให้สหรัฐ ช่วยเหลือจัดส่งมาให้ ไทยพร้อมที่จะซื้อหากอเมริกันไม่ให้ฟรี แต่อเมริกันไม่ยอมขาย ปล่อยให้ไทยเผชิญชะตากรรมเอาเอง
ปรากฏว่าจีนเข้ามาช่วยในจังหวะเวลาวิกฤตที่สุดของไทย เช่นเดียวกับปี 2540 ที่ จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินอเมริกันโจมตีค่าเงินบาทไทยจนไทยแทบล้มละลาย แต่รัฐบาลอเมริกันไม่เคยช่วยเหลือรัฐบาลไทยเลย มีข่าวว่ารัฐบาลอเมริกันสนับสนุนให้ จอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินบาทไทยเพื่อต้องการ “สั่งสอน” ไทยที่ไปใกล้ชิดกับจีน จีนอีกเช่นเคยที่มาช่วยไทยให้กู้เงินผ่านไอเอ็มเอฟครั้งนี้ก็เช่นกัน นักวิเคราะห์มองว่านอกเหนือจากการต่อต้านการยึดอำนาจของ คสช. เพราะขัดกับหลักการของตนแล้ว สหรัฐต้องการสั่งสอนไทยที่ไปใกล้ชิดกับจีน ทั้งที่ไทยกับจีนมีความใกล้ชิดกันมานานแล้ว
วิธีคิดของรัฐบาลอเมริกันนั้น การเมืองคือการเมือง ศีลธรรมไม่เกี่ยว แม้ว่าสหรัฐจะเป็นคนบัญญัติมาตรฐานทางศีลธรรมและสิทธิมนุษยชนให้คนอื่นปฏิบัติ แต่สำหรับตนแล้ว ผลประโยชน์สำคัญที่สุด เป็นที่รู้ดีกันว่าสหรัฐสนับสนุนรัฐบาลทักษิณยิ่งลักษณ์ โดยมองว่ารัฐบาลพี่น้องคู่นี้ให้ประโยชน์แก่ตนได้มากกว่ารัฐบาลชุดอื่น เรื่องมาตรฐานทางศีลธรรม จริยธรรม สิทธิมนุษยชนเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น การค้ามนุษย์ ยาเสพติด เกิดที่สหรัฐทั้งนั้น อเมริกันเที่ยวไปกล่าวหาชาติอื่นว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ตัวเองเป็นตัวการสำคัญในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อินเดียนแดง มาแย่งแผ่นดินอินเดียนแดงและฆ่าอินเดียนแดงตายเป็นเบือ สหรัฐฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนญี่ปุ่นด้วยการเอาระเบิดปรมาณูไปทิ้งที่เมืองฉิโรชิมาและนางาซากิ ส่งเครื่องบินบี 52 ขนระเบิดนับล้านตันไปทิ้งใส่คนเวียดนาม สหรัฐอ้างสิทธิในการป้องกันตนเองด้วยการโจมตีก่อน เช่น โจมตีอิรัก ลิเบีย ตัวเองทำได้แต่คนอื่นทำไม่ได้ ที่คุยว่าสหรัฐดีที่สุดนั้น สหรัฐเป็นประเทศที่ประธานาธิบดีถูกสังหารมากที่สุด ประวัติศาสตร์ของประเทศไม่เหมือนกันจะเอามาตรฐานอเมริกันมาใช้กับไทยทุกเรื่องไม่ได้
ท่านทูตไทยคนหนึ่งในสหรัฐเคยดีเบตกับรัฐมนตรีอเมริกันทางโทรทัศน์ รัฐมนตรีอเมริกันเปิดฉากด้วยการกล่าวหาว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยยาเสพติด เป็นทางผ่านยาเสพติดสู่สหรัฐ ท่านทูตโต้กลับทันทีว่า สหรัฐใช่ไหมที่เป็นตลาดยาเสพติดใหญ่ที่สุดในโลก มีคนติดยาเสพติดมากที่สุดในโลก ของแบบนี้ถ้าไม่มีผู้ซื้อก็ไม่มีผู้ขาย ทำไมสหรัฐไม่แก้ปัญหาในประเทศ ของตนเสียก่อน สำหรับไทยเป็นเพียงทางผ่านยาเสพติดเท่านั้น เราไม่ได้ผลิตเอง รัฐมนตรีอเมริกันเอาใหม่โดยกล่าวหาว่าเมืองไทยเต็มไปด้วยโสเภณี ท่านทูตโต้ว่าในโลกนี้มีประเทศไหนที่ไม่มีโสเภณี แม้แต่สหรัฐเอง ที่ถนนจี.สตรีต อยู่ถัดจากทำเนียบขาวไป นิดเดียว เวลากลางคืนมีโสเภณีอเมริกัน มากมายยืนเป็นแถวเล่นเอารัฐมนตรีอเมริกัน อึ้งไปเลย ฯลฯ
เราไม่ได้ต่อต้านคนอเมริกัน แต่คนไทยต้องรู้ทันเล่ห์กระเท่ห์ของรัฐบาลอเมริกัน







