
ภาค 3 ของนัดชิงฟุตบอลโลก เยอรมัน vs อาร์เจนติน่า
ในที่สุดคู่ชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2014 ก็ได้สองทีมผ่านเข้าไปตัดสินแชมป์กันเรียบร้อยแล้ว
ในที่สุดคู่ชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2014 ก็ได้สองทีมผ่านเข้าไปตัดสินแชมป์กันเรียบร้อยแล้วโดยเป็น เยอรมัน อดีตแชมป์ 3 สมัยที่หักด่านเจ้าภาพ บราซิล มาอย่างงดงาม เข้าไปชนกับอดีตคู่ปรับเก่าอย่าง อาร์เจนติน่า ที่ยิงจุดโทษชนะ ฮอลแลนด์ มาได้ โดยนี่จะเป็นหนที่ 3 แล้วที่ เยอรมัน กับ อาร์เจนติน่า ได้เข้ามาชิงชนะเลิศกันหลังจากผลัดกันชนะไปทีมละครั้ง
หลังจากที่ต่อสู้กันมายาวนานกว่าหนึ่งเดือนในที่สุดฟุตบอลโลก 2014 คู่ชิงชนะเลิศก็ได้ทราบแล้วว่าเป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งของสองคู่ปรับเก่าอย่าง เยอรมัน และอาร์เจนติน่า
ย้อนกลับไปในปี 1986 ที่เม็กซิโก หนนั้น “เสือเตี้ย” ดีเอโก้ มาราโดน่า สร้างผลงานที่สุดยอดด้วยการพาบ้านเกิดเอาชนะ เยอรมัน หรือ เยอรมันตะวันตก ในเวลานั้นไปในเกมที่ดุเดือด 3-2 คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ให้กับทีม “ฟ้าขาว” ได้สำเร็จ โดยทัวร์นาเมนต์นั้นยังเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สร้างชื่อแบบสุดๆให้กับ มาราโดน่า
เมื่อเขาคือนักเตะคนสำคัญและเป็นจอมทัพในการพาทีมทะลุไปถึงแชมป์ แม้ว่าในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เฉือนเอาชนะ อังกฤษ มาได้แบบหวุดหวิด 2-1 นั้น มาราโดน่า จะทำเรื่องฉาวขึ้นเมื่อกระโดดใช้มือชกบอลเข้าประตูไปและยืนยันว่าเป็นประตูที่ได้มาแบบถูกต้องจนทำให้ อังกฤษ ต้องตกรอบ และ อาร์เจนติน่า ผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ทว่าในเกมเดียวกันนั้น มาราโดน่า
ก็แสดงให้เห็นว่าหากจะใช้ความสามารถ หรือ ฝีเท้ามาวัดกันแบบเพียวๆแล้ว เขาก็ยังสามารถจะพา อาร์เจนติน่า เอาชนะ อังกฤษ ไปได้อยู่ดีเมื่อเขาทำ 1 ในประตูที่สวยงามที่สุดของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยการพาบอลเลื้อยหลบผู้เล่นทีม “สิงโตคำราม” ครึ่งค่อนทีมก่อนจะหลุดเข้าไปทำประตูได้สำเร็จ
ความดังของ อาร์เจนติน่า ยังไม่มีตกลงแม้แต่น้อย ในอีก 4 ปีต่อมาที่ อิตาลี เป็นเจ้าภาพ เหมือนฟ้าจะกำหนดให้ เยอรมัน และ อาร์เจนติน่า ต้องกลายมาเป็นคู่แข่งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองทีมสามารถฟันฝ่าอุปสรรค เอาชนะคู่แข่งมาตลอดเส้นทางจนต้องมาเจอกันอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ
แต่ครั้งนี้เป็นทางด้าน ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ ทีมเชฟของเยอรมันที่ล้างตาพาทีมเอาชนะ อาร์เจนติน่า คืนได้บ้างเมื่อมาได้ลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกมก่อนที่แบ็คซ้ายของทีมอย่าง อันเดรส เบรห์เม่ จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้ เยอรมัน คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 และยังเป็นครั้งล่าสุดของพวกเขาด้วย
ก่อนที่จะได้หวนกลับมาเข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในปีนี้หลังถล่ม บราซิล มาในรอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์ถึง 7-1
หากมองจากผลงานตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ของทั้งสองทีม คงต้องบอกว่าเป็นเกมที่น่าจะต่อสู้กันสนุกและคู่คี่อีกหนึ่งเกมในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก ต่างฝ่ายต่างถวิลหา และ เฝ้ารอแชมป์โลกหนใหม่ของตัวเองกันมานาน
อาร์เจนติน่า ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเลยนับตั้งแต่เข้าไปชิงในปี 1990 พวกเขายังไม่เคยไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศเลยด้วยซ้ำนับตั้งแต่หนดังกล่าว
การเอาชนะจุดโทษ ฮอลแลนด์ มาได้แสดงว่า อาร์เจนติน่า เองก็มีเทพีแห่งโชคหนุนอยู่เช่นกัน และพวกเขาก็คงจะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะคว้าแชมป์หนนี้ให้ได้ แถมยังจะเป็นการตัดไม้ข่มนามคู่แข่งชนิดไม่เผาผีอย่าง บราซิล ได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อพวกเขาจะได้ลุ้นแชมป์ขณะที่ บราซิล ได้แค่ไปชิงที่ 3 กับ ฮอลแลนด์ แทน
เกมนัดชิงชนะเลิศนั้นจะเล่นกันในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.นี้ และเราคงจะได้เห็นกันว่าระหว่าง ยุโรป หรือ อเมริกาใต้ ใครที่จะได้แชมป์ไปครอง เพราะประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก 19 ครั้งที่ผ่านมานั้น มีอยู่เพียงแค่ตัวแทนจากสองทวีปนี้เท่านั้นที่มีโอกาสได้สัมผัสกับโทรฟี่แชมป์โลก เป็นเกมที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงจริงๆครับ







