
ฐานะ 2 ยักษ์สื่อสาร
สถานะของรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมของไทยที่เคยยิ่งใหญ่และผูกขาดการให้บริการ กำลังเผชิญปัญหาในองค์กรอย่างหนัก
สถานะของรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมของไทยที่เคยยิ่งใหญ่และผูกขาดการให้บริการ กำลังเผชิญปัญหาในองค์กรอย่างหนัก
ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประเมินผลข้อมูลสำคัญของรัฐวิสาหกิจไทยโดยประเมินว่า บริษัท ทีโอที อยู่ในระดับวิกฤต จึงต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์
ขณะที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม อยู่ในข่ายต้องระมัดระวัง
ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบผลประกอบการปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ทีโอที มีกำไรสุทธิรวมรายได้จากสัญญาสัมปทาน 4,128 ล้านบาท ลดลง 62% เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 10,874 ล้านบาท สาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง เกิดจากการด้อยค่าสินทรัพย์ตามสัญญาร่วมการงานเพิ่มขึ้น 87.9% คิดเป็นมูลค่า 14,728 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายได้จากสัญญาสัมปทานจะขาดทุนร่วม 13,993 ล้านบาท โดยปี 2556 ทีโอทีมีรายได้ 58,910 ล้านบาท
สำหรับปี 2557 ทีโอทีตั้งเป้ารายได้ 31,744 ล้านบาท โตขึ้น 10% จากบริการ 3จี ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,992 ล้านบาท จากฐานลูกค้า 2.6 ล้านราย และรายได้จากบริการโทรศัพท์ บรอดแบนด์ และมัลติมีเดีย อีก 5,873 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในปีนี้คาดว่า ทีโอที จะขาดทุน 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมาตรา 84 วรรคสาม ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทำให้ ทีโอที ไม่มีรายได้ค่าสัมปทานจาก บริษัท เอไอเอส ราวปีละ 2.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ในปี 2558 มีการรายงานว่า อาจขาดทุนสูงถึง 8,000 ล้านบาท
ด้านบริษัท กสท โทรคมนาคมนั้น ปี 2556 มีรายได้ 37,363 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือผ่านบริการบนสัญญาให้บริการโทรศัพท์รูปแบบใหม่ 3จี เอชเอสพีเอ ของบริษัท บีเอฟเคที กับกลุ่มทรูฯ 2.5 หมื่นล้านบาท แต่ได้เสนอแผนฟื้นฟูองค์กรให้กับกระทรวงการคลัง เนื่องจากในสิ้นปี 2557 รายได้จะลดลงร่วม 1 หมื่นล้านบาท







