
ปปท.ตั้งสายลับทุกหมู่บ้านจับขรก.ทุจริต
ป.ป.ท.สนองคำสั่ง คสช. สร้างเครือข่ายสายลับภาคประชาชนแจ้งเบาะแสข้าราชการทุจริต
ป.ป.ท.สนองคำสั่ง คสช. สร้างเครือข่ายสายลับภาคประชาชนแจ้งเบาะแสข้าราชการทุจริต
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เตรียมสร้างเครือข่ายสายลับประชาชน เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยวางเป้าหมายต้องมีเครือข่ายในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศกว่า 8 หมื่นหมู่บ้าน โดยรวมเข้ากับเครือข่ายคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย
“จะเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสเพื่อกระจายการตรวจสอบ และเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงจะผลักดันให้มีการรวบรวมจัดทำฐานข้อมูลการตั้งกรรมการสอบวินัยข้าราชการในทุกหน่วยงาน เพื่อให้มีฐานข้อมูลข้าราชการกว่า 2 ล้านคนไว้พิจารณาประกอบการแต่งตั้งโยกย้ายด้วย” นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผย
ทั้งนี้ ภายใน 3 เดือน ป.ป.ท.จะดำเนินการปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เห็นผลโดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 69 กรณีให้หัวหน้าส่วนราชการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการในสังกัดที่มีพฤติกรรมส่อทุจริต
“จะสั่งให้หัวหน้าราชการนั้นสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากไม่เสร็จและ ป.ป.ท.จะเข้าตรวจสอบซ้ำหัวหน้าส่วนราชการทันที ซึ่งจะมีความผิดวินัยเอง” นายประยงค์ กล่าว
ขณะเดียวกันได้หารือกับคณะกรรมการ ป.ป.ท. ขอให้เร่งรัดการไต่สวนคดีค้างเก่ากว่า 4,000 เรื่องให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนงานด้านปราบปรามเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ มี 5 เรื่อง คือ 1.ปัญหาบุกรุกป่าสงวนและเขตอุทยาน 2.กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุจริตงบประมาณ 3.งบเยียวยาภัยพิบัติ
สำหรับเรื่องที่ 4.กรณีสวมบัตรประชาชน ซึ่งในอดีตออกให้คนต่างด้าว แต่ปัจจุบันขายให้กับผู้กระทำผิดคดีอาญาและผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ รวมถึง ตรวจสอบปัญหาแรงงานเถื่อนและการค้ามนุษย์ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับการสวมบัตรประชาชน และ 5.ทุจริตงบประมาณรัฐ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวว่า การปรับย้ายข้าราชการระดับสูงที่เกิดขึ้น เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม เช่นเดียวกับการโยกย้ายในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่ใช่การรังแกข้าราชการ และนับจากวันนี้ คสช.ขอยืนยันว่าจะไม่มีการทุจริต หรือเรียกร้องผลประโยชน์แม้แต่บาทเดียว หากใครพบหรือถูกเรียกรับใดๆ ให้แจ้งมาจะตรวจสอบและลงโทษทันที







