
ทลายผู้ไร้เกียรติ
คำประกาศของ พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ว่า อยากให้มีการตรวจสอบและทบทวนในส่วนของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพราะเห็นว่าเงื่อนไขการจ่ายง่ายเกินไป เป็นสมาชิกรัฐสภาแล้วได้รับการดูแลตลอดชีพ จึงอยากให้มีหลักเกณฑ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณของประเทศ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และควรสนับสนุนให้มีการตรวจสอบการทำงานของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ
คำประกาศของ พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ว่า อยากให้มีการตรวจสอบและทบทวนในส่วนของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพราะเห็นว่าเงื่อนไขการจ่ายง่ายเกินไป เป็นสมาชิกรัฐสภาแล้วได้รับการดูแลตลอดชีพ จึงอยากให้มีหลักเกณฑ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณของประเทศ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และควรสนับสนุนให้มีการตรวจสอบการทำงานของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 44 ก หน้า 18 ได้ลงประกาศพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และมีผลยังใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2556 เป็นที่โจษจันถึงความไม่เหมาะสมในการออกกฎหมายโดยนักการเมืองเพื่อนักการเมือง
เนื่องจากกองทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบแทน สส. และ สว. ซึ่งสมาชิกภาพได้สิ้นสุดลง จึงกำหนดให้ดึงงบประมาณมาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาใน 6 ด้าน คือ 1.การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ 2.การจ่ายเงินช่วยเหลือรักษาพยาบาล 3.การจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ 4.การจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีถึงแก่กรรม 5.การจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีการศึกษาบุตร 6.สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
สมาชิกรัฐสภาที่ผลักดันและลงมติออกกฎหมายฉบับนี้มาใช้ ต่างแอ่นอกประกาศก้องให้ประชาชนผู้เสียภาษีรับทราบและยอมจำนนว่า การจัดตั้งกองทุนเพื่อตอบแทนความดีของ สส. และ สว. ที่เสียสละในการทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยลืมและขาดสำนึกที่ดีไปว่า ไม่มีใครบังคับให้นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลเหล่านั้นเสียสละเข้ามาทำงานการเมือง หากแต่พวกเขาเหล่านั้นประกาศตนว่าเป็นผู้อาสาเข้ามาเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศ
ผู้ที่มีจิตอาสาเข้ามาทำหน้าที่ในประเทศไหนบ้างที่กระเหี้ยนกระหือรือเร่งรัดออกกฎหมาย เบียดบังเอางบประมาณแผ่นดินมาดูแลตัวเอง ส่งเสียบุตรให้เล่าเรียนศึกษาในระดับสูง
ขณะเดียวกันกลับละเลยพระราชบัญญัติการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่ พ.ร.บ.การออมแห่งชาติเป็นการสร้างหลักประกันในชีวิตให้กับแรงงานนอกระบบกว่า 24 ล้านคน ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายในยามชราภาพแน่นอน
อย่าปล่อยให้ใครมาใช้อำนาจในมือ ไปกระทำการเพื่อผลประโยชน์แห่งตนโดยเด็ดขาด







