
ประวัติศาสตร์! แอลจีเรีย ยันหมีขาว 1-1 ตีตั๋วรอบสองโลด
แอลจีเรีย ยันเสมอกับ รัสเซีย ได้ในเกมนัดสุดท้าย ทำให้พวกเขาตีตั๋วเข้าไปเล่นในรอบที่สองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ฟุตบอลโลก 2014
แอลจีเรีย vs รัสเซีย
กลุ่ม เอช
วันที่: 26 มิ.ย.57 เวลา 03.00 น. (เช้าวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย.57 ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม:อารีน่า ดา ไบซาด้า, คูริติบ้า
เป็นเกมชี้ชะตาโอกาสเข้ารอบของทั้งสองทีมโดยที่ แอลจีเรีย ได้เปรียบกว่า รัสเซีย ตรงที่พวกเขายังเสมอได้และลุ้นไม่ให้ เกาหลีใต้ ช็อคโลกชนะ เบลเยียม นั่นก็จะทำให้ แอลจีเรีย เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดย วาฮิด ฮาลิฮ็อดซิช กุนซือของ แอลจีเรีย ใช้ตัวผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่ถล่ม เกาหลีใต้ มา โดย อิสลาม สลิมานี่ เป็นตัวชูโรงในเกมรุกเหมือนเดิม
ด้าน รัสเซีย ของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ต้องพยายามเอาชนะเกมนี้ให้ได้ด้วยตัวเองก่อนแล้วรอดูผลอีกคู่ เกมนี้กุนซือชาวอิตาเลี่ยน ยังใช้ตัวผู้เล่นชุดเก่งลงสนาม ทั้ง โอเล็ก ชาตอฟ, อเล็กซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟ และศูนย์หน้าตัวจี๊ดอย่าง อเล็กซานเดอร์ โคโคริน
นี่เป็นเพียงการพบกันหนที่สองของทั้งสองทีม โดยการเจอกันหนแรกนั้นเกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 1964 และผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 2-2 และสำหรับ รัสเซีย หากเกมนี้พวกเขาไม่ชนะ จะทำให้เป็นครั้งแรกจากการลงเล่นในรอบสุดท้าย 10 สมัยที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลยในรอบแบ่งกลุ่ม
เริ่มเกมในครึ่งแรกได้เพียงแค่ 6 นาที รัสเซีย ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จางจังหวะที่ ดมิทรี คอมบารอฟ เปิดบอลมาให้ อเล็กซานเดอร์ โคโคริน ขึ้นโขกบอลเสียบสามเหลี่ยมตุงตาข่าย หมีขาวออกนำ 1-0
นาทีที่ 14 แอลจีเรีย กดดันหนัก และมีลุ้นบ้าง หลัง โซฟิยาน เฟอกูลี่ วางบอลยาวให้ ยาซีน บราฮิมี่ ในกรอบเขตโทษ แต่ อาคินเฟเยฟ ออกมาตัดคว้าได้ก่อน
ห้านาทีต่อมา รัสเซีย เกือบได้เม็ดที่สอง กลัง ซาเมตอฟ วางยาวให้ โคโคริน คนเดิมได้โขกอีกครั้ง แต่คราวนี้บอลเข้าข้างตาข่าย
นาทีที่ 25 หมีขาว ได้ลุ้นจากลูกส่องไกลของ โลเล็ก ชาตอฟ แต่หลุดกรอบข้ามคานออกไป
ก่อนจะครบครึ่งชั่วโมง อิสลาม สลิมานี่ ของ แอลจีเรีย ได้โขกเต็มกะบาล บอลนั้นกำลังจะเสียบคานอยู่แล้ว แต่ อาคินเฟเยฟ เจ้าเก่ายังบินมาปัดออกไปได้อย่างสุดยอด
ก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที ยาซีน บราฮิมี่ ได้วางยาวให้ อิสลาม สลิมานี่ โฉบมาโหม่ง แต่บอลยังพุ่งไปติดทาง อาคินเฟเยฟ เหมือนเดิม
ในช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบครึ่งแรก รัสเซีย นำ แอลจีเรีย อยู่ 1-0
เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่สองนาที รัสเซีย เกือบจะได้เม็ดที่สอง หลัง ซาเมดอฟ หลุดเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู แอลจีเรีย แต่ ราอิส เอ็มโบลี่ ออกมาบล็อกได้ก่อน
แต่เล่นไปเล่นมา กลับกลายเป็น แอลจีเรีย ที่มาได้ประตูตีเสมอในช่วงครบหนึ่งชั่วโมงแรก หลัง บราฮิมี่ เปิดฟรีคิกให้ อิสลาม สลิมานี่ เทคตัวโหม่งบอลผ่านมือ อาคินเฟเยฟ ตุงตาข่าย แอลจีเรีย ตีเสมอได้สำเร็จ
สิบนาทีต่อมา ซาเมดอฟ ที่นัดนี้เด่นจริงๆ ถวายพานให้กับ เคอร์ชาคอฟ เข้าไปดวลกับ ราอิส เอ็มโบลี่ แต่ยิงไม่ผ่านมือนายทวาร แอลจีเรีย
แอลจีเรีย เริ่มจะส่งตัวทีเด็ดอย่าง ฮัสซัน เย็บดา และ นาบิล ชีลาส ลงมาปั่นป่วนแนวรับของทีมหมีขาว ขณะที่ รัสเซีย ถอดศูนย์หน้าจอมเก๋าอย่าง เคอร์คาชอฟ และส่ง มัคซิม คานุนนิคอฟ ลงมาเล่นในช่วงสิบนาทีสุดท้ายของเกม
ก่อนหมดเวลาแค่นาทีเดียว ซาเมดอฟ ปั่นบอลเข้ามาในพื้นที่อันตราย และะเป็น อเล็กเซ คอซลอฟ ที่โขกเต็มๆ แต่บอลหลุดออกหลังไปแบบได้ลุ้น
ในช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มกันได้ จบเกม เสมอกันไป 1-1 ทำให้ แอลจีเรีย สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก ส่วน รัสเซีย ต้องตกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง เล่นสามนัด เสมอ 2 แพ้ 1 ไม่ชนะใครได้เลย
แอลจีเรีย
ราอิส เอ็มโบลี่ - เอสซา ม็องดี้, ราฟิค ฮัลลิเช่ (กัปตันทีม), บราฮิมี่, คาร์ล เม็ดฌานี่ - เดฌาแมล เมสบาห์, นาบิล เบนทาเล็บ, อับเดลมูเมเน่ ฌาบู, เอสซาอิด เบลคาเล็ม, โซฟิยาน เฟอกูลี่ - อิสลาม สลิมานี่
รัสเซีย
อิกอร์ อากินเฟเยฟ - อเล็กเซ คอซลอฟ, เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช, วาซิลี่ เบเรซุตสกี้ (กัปตันทีม), ดมิทรี คอมบารอฟ - เดนิส กลูชาคอฟ, วิคเตอร์ ฟายซูลิน, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, โอเล็ก ชาตอฟ - อเล็กซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟ, อเล็กซานเดอร์ โคโคริน
ผู้ตัดสิน : กูเนต ชาเคียร์ (ตุรกี)







