posttoday
เปิดใจผู้การทหารเมืองน่านในคลิปติงตร.ทำงานช้า

เปิดใจผู้การทหารเมืองน่านในคลิปติงตร.ทำงานช้า

26 มิถุนายน 2557

ชื่อของ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน เป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็ว หลังคลิปติเตียนตำรวจทำงานช้า ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว

โดย...ระรินธร เพ็ชรเจริญ

คลิปทหารติเตียนตำรวจทำงานช้า ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ชื่อของ พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน นายทหารที่นำกำลังตรวจค้น แหล่งต้องสงสัยทำไม้เถื่อนและบ่อนการพนันในพื้นที่ อ.เชียงกลาง พบของกลางไม้แปรรูป อุปกรณ์เลื่อยไม้ อาวุธปืน และกระสุนจำนวนมาก ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็วเช่นกัน

แม้จะเป็นคนลำปาง แต่ชีวิตราชการหลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น 29  ทำให้พล.ต.ต.วิจักขฐ์หรือผู้การตี๋ ผูกพันกับเมืองน่านอย่างลึกซึ้ง และตั้งรกรากสร้างบ้าน ทำสวนผลไม้จนกลายเป็นคนเมืองน่าน

จากคนเมืองน่านที่มองเห็นปัญหามากมายเหมือนขยะที่ซุกเอาไว้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่อาจแก้ไขปัญหา วันนี้ภายใต้อำนาจคณะรักษาความสงบเรียบร้อย(คสช.) ก็ถึงเวลาที่ผู้เฝ้ามองจะลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาที่อึดอัดใจมานาน

“สำหรับพื้นที่จังหวัดน่านแล้ว มีปัญหาใหญ่ที่สุดสองประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไขเยียวยาฟื้นฟู  คือการรุกป่าต้นน้ำ  โดยเฉพาะกลุ่มนายทุน ส่วนหนึ่งมาจากทางภาคใต้ เข้ามาในพื้นที่เพื่อขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ทั้งที่เป็นกลุ่มอิทธิพลมีบารมี  มีเงินทองมากมายแล้วมาทำลายป่าต้นน้ำน่าน   ซึ่งป่าต้นน้ำน่าน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงห่วงใยมาก จึงเป็นภาระเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้บรรลุผล  และประเด็นที่สองคือเรื่องยาเสพติดเพื่อป้องกันลูกหลานเมืองน่านให้ปลอดภัยจากยาเสพติดให้ได้  ส่วนปัญหาชาวบ้านบุกรุกป่าเพราะความยากจน เพราะเรื่องการทำมาหากินก็ยังใช้กลไกเดิมได้ตามปกติ  ส่วนทหารต้องใช้อำนาจกฎอัยการศึกเพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาที่อำนาจปกติไม่สามารถทำได้”

พล.ต.วิจักขฐ์ บอกว่า รู้ตื้นลึกหนาบางปัญหาที่สะสมในพื้นที่จ.น่านมาพอสมควร รวมทั้งเบื้องหน้าเบื้องลึกของกลุ่มคนบางกลุ่มบางอาชีพ ซึ่งทำให้การทำงานไม่ได้หนักใจ และโดยพื้นฐานของคนน่านต้องการอยู่อย่างสงบสุขต้องการให้เป็นเมืองแห่งธรรมะและเมืองท่องเที่ยว ประชาชนนส่วนใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือกับภาคส่วนราชการ เบาะแสที่แจ้งมาเป็นความจริง แสดงว่าคนน่านเริ่มตระหนักเห็นถึงการร่วมมือกันสร้างเมืองน่านให้น่าอยู่ 

“ขณะนี้ทหารมาทำหน้าที่เป็นหลักประกันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถทำงานได้  เป็นหลักประกันความเชื่อมั่นให้ประชาชน  อำนาจตามกฎอัยการศึก  เป็นอำนาจที่ใช้ในสภาวะที่อำนาจปกติไม่สามารถทำงานตามกลไกได้  ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่รัฐหลายภาคส่วนมีความตั้งใจอยากทำงานจริง แต่ก็ติดขัดปัญหาเรื่องผู้บังคับบัญชา  เรื่องผู้มีอิทธิพลพื้นที่ซึ่งกดดันและสร้างความไม่มั่นคงในชีวิตและหน้าที่การงาน เรื่องเหล่านี้ ก็กระทบไปถึงความเชื่อมั่นของประชาชนด้วย  หลังกฎอัยการศึกแล้วต้องอยู่ในโหมดคณะรัฐมนตรี  การปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ  โครงสร้างกฎหมายและโครงสร้างตำรวจ  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งและเข้าสู่สภาวะตามปกติ  เชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้น้ำดีมีมากกว่าครึ่งเพื่อไล่น้ำเสียในระบบต่างๆ คนดีมีความสามารถจะมีโอกาสเข้ามาทำงานดูแลบ้านเมืองมากขึ้น”

แม้จะเป็นผู้ใช้อำนาจพิเศษเข้ามาจัดการกับปัญหาที่สะสมมานาน แต่พล.ต.วิจักขฐ์ ก็มองว่ากฎอัยการศึก ทำให้อำนาจเต็มอยู่กับทหารที่จะปฏิบัติต่างๆได้อย่างเร่งด่วน ลดขั้นตอนทางราชการ ซึ่งทำให้มองเห็นถึงปัญหาโครงสร้างระบบตามปกติเดิม ที่อาจล่าช้าและไม่เฉียบขาด

“ในภาวะปกติที่การดำเนินคดีจะต้องขอหมายจับ หมายค้นจากศาล จะต้องมีประจักษ์พยานแวดล้อม อาจส่งผลให้ข่าวรั่วและคนร้ายไหวตัว โยกย้ายถ่ายเทของกลาง ทรัพย์สิน หรือหลบหนีได้ทัน  แต่ภายใต้กฎอัยการศึกช่วยลดขั้นตอนดังกล่าว ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกคือ ต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพควบคู่กันไป ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

ความสมบูรณ์ของการทำหน้าที่ในภาวะพิเศษเช่นนี้  ใชแค่ความตรงไปตรงมา จัดการกับอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังปัญหา แต่ยังต้องรวมถึง การคำนึงถึงวิถีและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ผู้การฯวิจักขฐ์ชี้ให้เห็นว่าปัญหาของน่านที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนคือ ปัญหาความยากจนของราษฎร และการบุกรุกป่าเพื่อขยายพื้นที่การเกษตร โดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญ  การส่งเสริมพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวทั้งข้าวโพดและยางพารา  เป็นทางเลือกของเกษตรกร เพราะน่านไม่มีโรงงานที่รองรับการจ้างแรงงานได้ จึงต้องทำการเกษตร และต้องใช้สารเคมี  และสภาพภูมิประเทศอยู่บนที่สูง ส่งผลให้สารเคมี ยาฆ่าหญ้า ได้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ต้นน้ำ ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนถึงขึ้นวิกฤต เช่นราษฎรที่บ้านน้ำยาว สุ่มหาสารตกค้างในเลือด จำนวน 1,000 ราย พบว่า 600 ราย หรือกว่า 60 % มีสารเคมีตกค้างในร่างกายเกินมาตรฐาน  ซึ่งเรื่องนี้เป็นภาวะเร่งด่วนที่เตรียมเสนอแม่ทัพภาคที่ 3  ในการหามาตรการควบคุมสารเคมี โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเสนอให้กรมวิชาการเกษตร ต้องทบทวนการอนุญาตหรือควบคุมสารเคมีอย่างเข้มงวด  และการซื้อขายสารเคมีทางการเกษตรต้องให้เป็นสินค้าควบคุมพิเศษ

ปัญหายาเสพติดเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พล.ต.วิจักขฐ์เตรียมจะดำเนินการ เนื่องจากจ.น่านมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทำให้มีการลักลอบลำเลียงเข้าประเทศและใช้พื้นที่จ.น่านเป็นแหล่งพักยา

“ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่านักขนยาหน้าใหม่ เป็นชาวจังหวัดน่าน เป็นผลมาจากนักขนยารายเก่า จากจังหวัดเชียงราย พะเยา ถูกขึ้นบัญชีดำ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เฝ้าติดตามพฤติกรรมจนขยับตัวได้ยาก และบางส่วนถูกจับกุม ทำให้ต้องหานักขนยาหน้าใหม่ ซึ่งชาวน่านเป็นกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก  โดยเฉพาะกลุ่มที่มีตระกูลแซ่เดียวกันในเครือข่าย  โดยจะขนยาเสพติดจากเชียงราย พะเยา อ้อมผ่านด่านเพื่อลำเลียงไปในพื้นที่ส่วนกลาง  โดยพื้นที่อ.เมืองน่าน  ท่าวังผา และ อ.ปัว  เป็นแหล่งพักยาเสพติด แต่สภาพพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายอยู่ในจุดที่สูงกว่าถนน ทำให้นักค้ายามองเห็นเจ้าหน้าที่ก่อน ไหวตัวหลบหนีได้ การปิดล้อมตรวจค้นทำได้ยากและมักได้แต่ของกลาง ซึ่งต่อไปจะต้องใช้มาตรการยึดทรัพย์มาใช้กดดันมากยิ่งขึ้น ส่วนตามแนวชายแดน ขณะนี้วางกำลัง ทั้งทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งนอกจากจะสกัดยาเสพติดแล้วยังต้องเฝ้าระวังคือลักษณะการสวมรอยพืชผลทางการเกษตร ลักลอบนำเข้ามาสวมสิทธ์ซึ่งก็เกิดขึ้นทุกปีต้องจับตาเฝ้าระวังเป็นพิเศษ”

นี่คือความตั้งใจที่จะทำหน้าที่สะสางปัญหาที่หมักหมมมานานของพล.ต.วิจักขฐ์  โดยจะเน้นความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สร้างความมั่นใจให้ข้าราชการทุกภาคได้ตระหนักถึงการเป็นข้าราชการที่ดี ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน