
ถอนรากคอร์รัปชั่น
เจตนารมณ์แรงกล้าของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น
เจตนารมณ์แรงกล้าของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น ทั้งตั้งกรรมการสอบสวนโครงการที่มีความเสี่ยงจะมีการทุจริต 28 โครงการ ระงับการประมูลงานมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทของรัฐวิสาหกิจก่อน เพื่อดูรายละเอียดว่าได้ดำเนินการรอบคอบโปร่งใสหรือยัง
การเสนอวิธีแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่ฮือฮาที่สุดคือ การเสนอให้ยกเลิกธนบัตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเปลี่ยนธนบัตรซีรีส์ใหม่ออกใช้เลย เพื่อให้นักการเมืองและข้าราชการที่คอร์รัปชั่นคายเงินสดที่เก็บเอาไว้ออกมา เพราะเก็บไว้ก็ไม่มีมูลค่าอีกแล้ว ต้องนำมาแลกเป็นธนบัตรรูปแบบใหม่
การเสนอแบบเกลือจิ้มเกลือนี้ ทำให้เกิดการถกเถียงในสังคมมากมาย มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยก็เห็นว่าเป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้ล้างการคอร์รัปชั่นได้หมดจริง และจะทำให้คนที่คิดจะเรียกร้องผลประโยชน์แล้วเรียกเป็นเงินสดเพื่อไม่ให้มีหลักฐานก็จะน้อยลงและหายไปในที่สุด
ทางด้านฝั่งที่ไม่เห็นด้วยก็เกรงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย คือ พิมพ์ธนบัตรใหม่และทำลายธนบัตรเก่า ทำให้เปลืองงบประมาณจำนวนมาก และทำให้ประชาชนทั่วไปอีก 60 ล้านคน ต้องเดือดร้อนไปแลกเปลี่ยนเงินใหม่มาใช้
นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติ เช่น นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ทำการค้าต้องเข้าออกประเทศไทยเป็นประจำ ที่มีธนบัตรไทยอยู่เดือดร้อนเสียหายไปด้วย หากไม่รู้ว่ามีการยกเลิกใช้ธนบัตรเก่า ที่สำคัญคือกลุ่มคัดค้านไม่เชื่อว่าวิธีการนี้จะทำให้การคอร์รัปชั่นลดลง เพราะอาจมีการเรียกรับผลประโยชน์ในรูปแบบอื่น เช่น ทองคำ หรือของมีค่าอื่นๆ ที่สามารถแปลงสภาพเป็นเงินได้
เหตุผลของทั้งสองฝ่ายนั้น เป็นเรื่องที่ คสช.น่าจะนำไปพิจารณา เพราะมีข้อดีและเสียทั้งนั้น แต่จะต้องเลือกเอาผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศเป็นหลัก และทำให้ข้าราชการและนักการเมืองรู้ว่าไม่มีการคอร์รัปชั่นใดที่จะจับไม่ได้ หากจะแก้ไขอย่างจริงจัง
ที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยเลือกวิธีการนี้เพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น มีเพียงการอายัดทรัพย์ที่มีหลักฐานมีที่มาและจับต้องได้ และจะต้องให้คดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งมักจะไม่เจอหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ทำให้ผู้รับผลประโยชน์เรียกร้องเอาแต่เงินสดจากพ่อค้าประชาชน เนื่องจากพิสูจน์ยากว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการทุจริต
ดังนั้น หาก คสช.จะใช้วิธีการยกเลิกธนบัตรที่ใช้อยู่และออกธนบัตรใหม่ ก็น่าจะทำได้ โดยเริ่มจากเฉพาะธนบัตรใบละ 1,000 บาทก่อน มีการแจ้งล่วงหน้าให้มาแลกธนบัตรใหม่ สำหรับผู้ที่จะแลกเกิน 2 ล้านบาท อาจจะต้องให้ลงทะเบียนและนัดมารับเงิน ซึ่งจะทำให้คนที่แอบซ่อนเงินสดไว้จากการคอร์รัปชั่นต้องนำเงินออกมาแลก ซึ่งจะต้องเลือกระหว่างการถูกตรวจสอบกับกองเศษกระดาษที่ไร้ค่า
ปัญหาการคอร์รัปชั่นในไทยนั้น มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ จนติดอันดับโลก หากไม่แก้ไขอย่างถอนรากถอนโคนในช่วงนี้ ต่อไปคงจะแก้ไขยากขึ้นไปอีก







