
กนง.เชื่อจีดีพีปีนี้โตแค่1.5%
คงดอกเบี้ยยาวรับศก.ผงกหัวครึ่งปีหลังอียูส่งสัญญาณเบรกความร่วมมือกับไทย
คงดอกเบี้ยยาวรับศก.ผงกหัวครึ่งปีหลังอียูส่งสัญญาณเบรกความร่วมมือกับไทย
กนง.คงดอกเบี้ย 2% พร้อมลดจีดีพีเหลือ 1.5% ดัชนีภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เริ่มดีดตัวกลับคึกคัก
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น หลังจากที่การเมืองคลี่คลายลง ในขณะที่นโยบายการเงินปัจจุบันผ่อนคลายเพียงพอที่จะหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.5% จากเดิม 2.7% แต่ก็ยังเป็นตัวเลขที่ดีกว่าที่ กนง.ประเมินเป็นการภายในกันเบื้องต้นก่อนหน้านี้ว่า อาจโตได้ไม่ถึง 1% โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และจะเติบโตได้เร็วในช่วงครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะขยายตัวถึง 3.43.5% จึงได้ปรับประมาณการจีดีพีในปี 2558 ขึ้นจาก 4.8% เป็นมากกว่า 5%
นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. 2557 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 85.1 จาก 84 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน เพราะผู้ประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกของเศรษฐกิจ
ด้าน ธอมป์สัน รอยเตอร์ส/อินซีด เปิดเผยผลสำรวจดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจเอเชีย ไตรมาส 2 ว่า บรรยากาศทางธุรกิจในไทยปรับตัวก้าวกระโดดขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี ไปอยู่ที่ 91 จุด จาก 41 จุด ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา และนับเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรก ปี 2555 จากสถานการณ์การเมืองที่ผ่อนคลายลง โดยบริษัทในไทย 12 แห่ง จากทั้งหมด 16 แห่ง ต่างมียอดคำสั่งซื้อใหม่และยอดขายที่ดีขึ้น
รอยเตอร์ส กล่าวว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ อาจพิจารณาชะลอการลงนามสัตยาบัน ในกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือไทยประชาคมยุโรป (พีซีเอ) ที่ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างกัน จนกว่าไทยจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง







