"บางกลอย"มากกว่า"บิลลี่"ที่หายไป
ชาวบ้านยังไม่สามารถหาอาชีพหลัก ที่เพียงพอต่อการกินอยู่ ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายออกไปรับจ้าง บางครอบครัวมีรายได้ไม่ถึง 1,000 บาท
โดย...เจษฎา จี้สละ
การหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ หลังถูกเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับกุมฐานมีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง ส่งผลให้สังคมตื่นตัวกับสิทธิมนุษยชนมากขึ้น "บางกลอย" แผ่นดินถิ่นอาศัยของบิลลี่ จึงเป็นที่รู้จักในสังคมวงกว้าง
ความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไม่ได้เริ่มจากการหายตัวอย่างลึกลับของบิลลี่ แต่พื้นที่แห่งนี้มีปัญหาที่ฝั่งรากลึกมายาวนาน นับตั้งแต่ปี 39 ที่กรมอุทยานฯ เริ่มอพยพชนกระเหรี่ยงจากบางกลอยบนมายังพื้นที่บางกลอยล่าง ขณะที่ยังไม่มี "ความพร้อม" ไม่ว่าจะเป็นที่ดินทำกิน สาธารณูปโภคพื้นฐาน และสุขอาณามัยที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต แน่นอนว่าชาวบ้านไม่อาจปรับตัว
ด.ต. สุชิน ฤกษ์งาม ครูพยาบาล ผู้เป็นทั้งครูประจำโรงเรียนบ้านโป่งลึกและแพทย์หมู่บ้านคอยรักษาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน เข้ามาอาศัยอยู่ในชุมชนตั้งแต่ปี 49 สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของบางกลอยอย่างชัดเจน เริ่มจากเรื่องสาธารณูปโภค โดยเฉพาะน้ำดื่มน้ำใช้ที่ยังไม่เพียงพอ ชาวบ้านต้องลงไปหาบน้ำจากห้วยน้ำเพรียงที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ไม่ผ่านการกรองหรือการต้ม ทำให้บางฤดูกาลมีชาวบ้านท้องร่วงจำนวนมาก กอปรกับพื้นที่แน่นหนาด้วยป่าไม้ จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงชั้นดี พยาธิวิทยาอย่างมาเลเรียที่คุกคามชีวิตคนเสมอ นอกจากนั้นเรื่องสุขอนามัยยังคงเป็นปัญหา โดยเฉพาะห้องสุขาของชาวบ้าน ที่บางหลังยังเป็นส้วมหลุม
ที่สาหัสกว่า คือ ชาวบ้านยังไม่สามารถหาอาชีพหลัก ที่เพียงพอต่อการกินอยู่ ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายออกไปรับจ้าง บางครอบครัวมีรายได้ไม่ถึง 1,000 บาทต่อเดือน แต่ปัญหาที่สะเทือนใจยิ่งกว่า คือความพร้อมด้านสาธารณสุข ทั้งอนามัยและโรงพยาบาลอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านกว่า 50 กิโลเมตร ด้วยความคดเคี้ยวของขุนเขาต้องใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ซึ่งต้องมีเงินติดตัวอย่างน้อย 2,000 บาท สำหรับการเดินทางและการรักษา แล้วชาวบ้านจะเอาเงินมาจากไหน ในเมื่อรายได้บางครอบครัวยังไม่ถึง 1,000 บาท
"เปอตาจุ๊" แปลว่า งานศพ - พบหญิงวัย 52 ปี เสียชีวิต 1 ราย จากอาการหัวใจล้มเหลวฉับพลัน โดยแรกเริ่มมีอาการปวดหัว เจ้าตัวคิดว่าทนได้ แต่ซ้ำร้ายเข้าเวลาค่ำอาการทรุดลงและถึงแก่ชีวิตในที่สุด พิธีกรรมของชาวกระเหรี่ยงเริ่มขึ้น ร่างผู้เสียชีวิตวางอยู่กลางบ้าน สามีนั่งร่ำไห้ ผู้เฒ่าบริกรรมคาถา วอนญาติพี่น้องส่งข่าวลูกหลานที่หากินในเมืองใหญ่ ปัญหาของบางกลอยเชื่อมร้อยอย่างเป็นรูปธรรม
"การดำเนินงานของอุทยานฯ ที่ผ่านมาคอ ความล้มเหลว จะประกาศบางกลอยบนเป็นเขตอุทยานฯ ได้อย่างไร ในเมื่อมีผู้คนและชนเผ่าอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นตั้งแต่บรรพบุรุษ" ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ รองประธานคณะอนุกรรมการด้านที่ดินและป่า ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วิพากษ์อีกว่าการใช้กำลังอพยพเคลื่อนย้าย เป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิต
แนวทางแก้ไขในเบื้องต้น "จะต้องคืนสิทธิให้กับชาวบ้านก่อน" โดยเฉพาะสิทธิในการตัดสินใจว่าจะอยู่บางกลอยบน(แผ่นดินเดิม) หรือเลือกจะอยู่บางกลอยล่าง ถ้าเลือกอยู่บางกลอยล่างจะต้องมีการจัดสรรที่ดินทำกินให้เพียงพอต่อประชาชน สร้างระบบสาธารณูปโภคที่ปลอดภัย เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. การหารือระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน อุทยานฯ และชาวบ้านเริ่มขึ้น เสียงทวง "สัญญา" ต่อคำรับปากของอุทยานฯในการจัดสรรที่ดินทำกินดังขึ้น ขณะที่ สรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รับปากจะเร่งจัดสรรพื้นที่ให้กับชาวบ้าน
ส่วนผลการดำเนินงานจะเป็นไปได้จริงแค่ไหนต้องติดตาม
การหายตัวไปของ "บิลลี่" เป็นดั่งบาดแผลที่ฝั่งลึกลงในจิตใจชาวบางกลอย แต่หากวันใดที่ "บ้านบางกลอย" ถูกลบออกไปจากผืนแผ่นดินไทย
นั่นคือตราบาปของมวลมนุษยชาติ
ใช่ว่าจะไม่มีความน่าจะเป็น? "ฌุงมาโบโย่ - หวังท่านอยู่เย็นเป็นสุข"


