posttoday

"บางกลอย"มากกว่า"บิลลี่"ที่หายไป

16 มิถุนายน 2557

ชาวบ้านยังไม่สามารถหาอาชีพหลัก ที่เพียงพอต่อการกินอยู่ ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายออกไปรับจ้าง บางครอบครัวมีรายได้ไม่ถึง 1,000 บาท

โดย...เจษฎา จี้สละ

การหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ หลังถูกเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับกุมฐานมีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง ส่งผลให้สังคมตื่นตัวกับสิทธิมนุษยชนมากขึ้น "บางกลอย" แผ่นดินถิ่นอาศัยของบิลลี่ จึงเป็นที่รู้จักในสังคมวงกว้าง

ความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไม่ได้เริ่มจากการหายตัวอย่างลึกลับของบิลลี่ แต่พื้นที่แห่งนี้มีปัญหาที่ฝั่งรากลึกมายาวนาน นับตั้งแต่ปี 39 ที่กรมอุทยานฯ เริ่มอพยพชนกระเหรี่ยงจากบางกลอยบนมายังพื้นที่บางกลอยล่าง ขณะที่ยังไม่มี "ความพร้อม" ไม่ว่าจะเป็นที่ดินทำกิน สาธารณูปโภคพื้นฐาน และสุขอาณามัยที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต แน่นอนว่าชาวบ้านไม่อาจปรับตัว

ด.ต. สุชิน ฤกษ์งาม ครูพยาบาล ผู้เป็นทั้งครูประจำโรงเรียนบ้านโป่งลึกและแพทย์หมู่บ้านคอยรักษาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน เข้ามาอาศัยอยู่ในชุมชนตั้งแต่ปี 49 สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของบางกลอยอย่างชัดเจน เริ่มจากเรื่องสาธารณูปโภค โดยเฉพาะน้ำดื่มน้ำใช้ที่ยังไม่เพียงพอ ชาวบ้านต้องลงไปหาบน้ำจากห้วยน้ำเพรียงที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ไม่ผ่านการกรองหรือการต้ม ทำให้บางฤดูกาลมีชาวบ้านท้องร่วงจำนวนมาก กอปรกับพื้นที่แน่นหนาด้วยป่าไม้ จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงชั้นดี พยาธิวิทยาอย่างมาเลเรียที่คุกคามชีวิตคนเสมอ นอกจากนั้นเรื่องสุขอนามัยยังคงเป็นปัญหา โดยเฉพาะห้องสุขาของชาวบ้าน ที่บางหลังยังเป็นส้วมหลุม

ที่สาหัสกว่า คือ ชาวบ้านยังไม่สามารถหาอาชีพหลัก ที่เพียงพอต่อการกินอยู่ ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายออกไปรับจ้าง บางครอบครัวมีรายได้ไม่ถึง 1,000 บาทต่อเดือน แต่ปัญหาที่สะเทือนใจยิ่งกว่า คือความพร้อมด้านสาธารณสุข ทั้งอนามัยและโรงพยาบาลอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านกว่า 50 กิโลเมตร ด้วยความคดเคี้ยวของขุนเขาต้องใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ซึ่งต้องมีเงินติดตัวอย่างน้อย 2,000 บาท สำหรับการเดินทางและการรักษา แล้วชาวบ้านจะเอาเงินมาจากไหน ในเมื่อรายได้บางครอบครัวยังไม่ถึง 1,000 บาท

"เปอตาจุ๊" แปลว่า งานศพ - พบหญิงวัย 52 ปี เสียชีวิต 1 ราย จากอาการหัวใจล้มเหลวฉับพลัน โดยแรกเริ่มมีอาการปวดหัว เจ้าตัวคิดว่าทนได้ แต่ซ้ำร้ายเข้าเวลาค่ำอาการทรุดลงและถึงแก่ชีวิตในที่สุด พิธีกรรมของชาวกระเหรี่ยงเริ่มขึ้น ร่างผู้เสียชีวิตวางอยู่กลางบ้าน สามีนั่งร่ำไห้ ผู้เฒ่าบริกรรมคาถา วอนญาติพี่น้องส่งข่าวลูกหลานที่หากินในเมืองใหญ่ ปัญหาของบางกลอยเชื่อมร้อยอย่างเป็นรูปธรรม

"การดำเนินงานของอุทยานฯ ที่ผ่านมาคอ ความล้มเหลว จะประกาศบางกลอยบนเป็นเขตอุทยานฯ ได้อย่างไร ในเมื่อมีผู้คนและชนเผ่าอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นตั้งแต่บรรพบุรุษ" ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ รองประธานคณะอนุกรรมการด้านที่ดินและป่า ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วิพากษ์อีกว่าการใช้กำลังอพยพเคลื่อนย้าย เป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิต

แนวทางแก้ไขในเบื้องต้น "จะต้องคืนสิทธิให้กับชาวบ้านก่อน" โดยเฉพาะสิทธิในการตัดสินใจว่าจะอยู่บางกลอยบน(แผ่นดินเดิม) หรือเลือกจะอยู่บางกลอยล่าง ถ้าเลือกอยู่บางกลอยล่างจะต้องมีการจัดสรรที่ดินทำกินให้เพียงพอต่อประชาชน สร้างระบบสาธารณูปโภคที่ปลอดภัย เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. การหารือระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน อุทยานฯ และชาวบ้านเริ่มขึ้น เสียงทวง "สัญญา" ต่อคำรับปากของอุทยานฯในการจัดสรรที่ดินทำกินดังขึ้น ขณะที่ สรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รับปากจะเร่งจัดสรรพื้นที่ให้กับชาวบ้าน

ส่วนผลการดำเนินงานจะเป็นไปได้จริงแค่ไหนต้องติดตาม

การหายตัวไปของ "บิลลี่" เป็นดั่งบาดแผลที่ฝั่งลึกลงในจิตใจชาวบางกลอย แต่หากวันใดที่ "บ้านบางกลอย" ถูกลบออกไปจากผืนแผ่นดินไทย

นั่นคือตราบาปของมวลมนุษยชาติ

ใช่ว่าจะไม่มีความน่าจะเป็น? "ฌุงมาโบโย่ - หวังท่านอยู่เย็นเป็นสุข" 

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง