
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์กับความลับ"ฟุตบอลโลก 2014"
การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในปี 2014 มีความซับซ้อนมากขึ้น มีช่องทางใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมันก็ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
โดย...พรเทพ เฮง
คอฟุตบอลทั่วเมืองไทยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะมีข่าวว่าจะมีการถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2014” ที่บราซิล ครบทั้ง 64 นัด และก็เป็นจริง เมื่อนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสทช. มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เสนอให้ใช้เงินจากกองทุนดังกล่าว 427 ล้านบาท ให้บริษัทอาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนท์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุบอลโลก 2014 เป็นค่าเสียโอกาสในการนำการถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2014 มาเผยแพร่เป็นการทั่วไปบนฟรีทีวีทุกแพลทฟอร์ม โดยถ่ายครบ 64 นัด ผ่านฟรีทีวี ช่อง 7 และ ช่อง 5 เตรียมเสนอให้เจ้าของสิทธิ์ขอให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า เพิ่มถ่ายทอดสดช่อง 11 เพิ่มเติม
กสทช.ยืนยันว่า ไม่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือมีหน่วยงานใดแทรกแซง และการดำเนินการดังกล่าวศาลปกครองได้พิพากษาเห็นชอบแล้ว
แน่นอน สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส ย่อมเป็นคนหนึ่งที่รู้ดีในเรื่องราวทั้งหมดในฐานะผู้บริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้ มาฟังเขาเปิดปากถึงฟุตบอลโลกครั้งนี้กัน
ยืนบนความถูกต้องชัดเจน
สุรชัย บอกว่าอาร์เอสบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมา 2 ครั้งแล้ว และเคยบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูโรและลาลีกาหรือฟุตบอลลีกสเปน
“จริงๆ แล้วอาร์เอสมีประสบการณ์มาพอสมควร ที่สำคัญเรามีความพร้อม ไม่มีความหนักใจแต่อย่างที่บอกว่า มันมีงานให้ทำค่อนข้างมาก ทีมงานอาจจะยุ่งสักหน่อย ในการทำแผนบริหารลิขสิทธิ์ถึงวันนี้อาร์เอสก็ทำตามแผนที่เราวางไว้ตั้งแต่ตั้งต้น จนถึงวันนี้อาร์เอสก็ยังเดินตามแผนธุรกิจเดิมโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร สรุปในแผนธุรกิจเราก็ยังเดินเหมือนเดิม เรื่องกรณีของ กสทช. ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว คำสั่งศาลออกมาอย่างไร เราก็ปฏิบัติตาม
“เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ผมว่าทุกวันนี้ประเทศไทยหรือคนส่วนใหญ่เข้าใจดีแล้ว และก็ยอมรับกันแล้วว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนหน้านี้สัก 8-10 ปีที่แล้ว อาจจะมีเสียงบ่นกันในตลาดอย่างผับ บาร์ ร้านเหล้า ตอนนี้ได้ผ่านการเรียนรู้และยอมรับกันแล้ว วันนี้เองไม่จำเพาะแค่อาร์เอสหรอก ใครก็ตามที่ถือลิขสิทธิ์กีฬาใหญ่ๆ เขาก็ต้องดูแลปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ส่วนกฎกติกาการใช้งานต่างๆ ผมคิดว่ามันเป็นมาตรฐาน อาร์เอสไม่ได้ทำอะไรมากไปหรือแตกต่างจากกฎที่เราพึงจะทำได้ เหมือนกับทั่วโลกและเหมือนทุกๆ คนที่ถือสิทธิ์อยู่ ก็เป็นไปได้มีบางสื่อที่พยายามสร้างให้มันเข้าใจผิดไปแต่มันไม่ถึงขนาดนั้น”
การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิลในคราวนี้ สุรชัยชี้ว่าแตกต่างจากปี 2010 ซึ่งจัดที่แอฟริกาใต้
“นั่นคือจุดตั้งต้น เพราะปี 2010 การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกทำได้ช่องทางเดียวคือการขายทางฟรีทีวี และก็ขายโฆษณา แต่พอมาถึงปี 2014 ด้วยสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมมันเปลี่ยนไปหมด ปัจจุบันทีวีมันก็ไม่ได้มีแค่ 6 ช่อง มีทีวีดิจิตอลเกิดขึ้น มีทีวีดาวเทียม แล้วก็มีเรื่องของจอที่ 3 จอมือถือ จอแท็บเล็ต เรื่องของ 3จี 4จี เพราะฉะนั้นองค์ประกอบเหล่านี้มันทำให้การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในปี 2014 มีความซับซ้อนมากขึ้น มีช่องทางใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมันก็ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค อาร์เอสเองในฐานะผู้บริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ก็ต้องบริหารให้สอดรับและตอบสนองสภาพแวดล้อมของผู้บริโภค ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติและอีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับบางช่องทาง แต่ว่ามันก็เพิ่งเกิดเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราก็บริหารไปตามสภาพตลาด เทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ๆ มันเอื้อให้เรามีโอกาส ซึ่งจะมองเป็นโอกาสก็ได้ที่จะเปิดช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้หรือบริหารลิขสิทธิ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมคิดว่าทุกอย่างมันเดินบนความถูกต้อง บนความชัดเจน”
เป้าหมาย 650 ล้านบาท
รายได้ในการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 สุรชัยบอกว่า ตั้งเป้ามากกว่าครั้งที่แล้ว
“ปีนี้เราตั้งเป้าไว้ 650 ล้านบาท สำหรับฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ สำหรับฟุตบอลโลก 2 ครั้งหน้าที่รัสเซียและกาตาร์ ฟีฟ่ายังไม่ได้เปิดให้ประมูลเลย แต่จะมีการประมูลกันสิ้นปีนี้ เราก็พร้อมที่จะประมูลแต่ต้องดูที่ราคา อาร์เอสชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร ซึ่งเป็นของดีที่ไม่มีใครปฏิเสธ ฟุตบอลโลกเป็นคอนเทนต์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่าประเด็นมันคือต้องมีราคาที่เหมาะสมของมัน การที่จะกระโดดเข้าไปประมูลโดยที่ไม่สนใจราคาเลย ต้องเอามาให้ได้ ผมว่าบางทีมันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ ถ้าถามเราว่าฟุตบอลโลกครั้งต่อไปที่มีการประมูล อาร์เอสสนใจแน่นอน แต่ถามว่าสู้แค่ไหน? ก็ต้องบอกว่าสู้เท่าที่มีความเหมาะสมที่จะทำธุรกิจได้
“ทุกวันนี้พอหมดรอบของสัญญาลิขสิทธิ์ ก็จะมีการประมูลสัญญาใหม่ โอกาสที่ใครถือลิขสิทธิ์ตัวใดไว้ แล้วเปลี่ยนมือมันก็มี เราก็เห็นมาแล้วใน 2-3 ปีที่ผ่านมา สมมติคนไทย 3 รายแย่งกันซื้อลิขสิทธิ์ แล้วมีฝรั่งรายหนึ่งมาแย่งซื้อไปด้วยราคาที่สูงหรือแพงกว่า เหมือนกันเขาก็จะได้ต้นทุนที่มันสูงเกินไป ถึงแม้เขาซื้อสิทธิ์ของประเทศไทยไป เขาก็ต้องกลับมาหาผู้ประกอบการในไทยอยู่ดี ถ้าผมซื้อโดยตรง 100 ไม่ได้ลิขสิทธิ์แต่มีต่างประเทศมาซื้อไป 120 เมื่อเขากลับมาขายผู้ประกอบการในไทยก็ต้องขายสูงกว่า 120 ก็ไม่มีคนซื้อเพราะซื้อตรงแค่ 100 เดียว สุดท้ายก็ไม่มีหรอกระบบใครจะมาเป็นตัวกลาง เพราะจะไม่มีที่ยืนให้กับตาอยู่ ต่อไปผู้ประกอบการในประเทศไทยก็จะเข้าหาเจ้าของคอนเทนต์เองโดยตรง แพ้หรือชนะก็ประมูลกันตรงๆ ไม่มีหรอกที่จะมีใครสักคนจากต่างชาติแล้วมาประมูลแข่งกับคนไทยแล้วกลับมาขายแพงกว่า ซึ่งต้องสู้กันตั้งแต่การประมูลครั้งแรก ไม่มีที่ยืนให้กับบริษัทที่จะทำในลักษณะนี้”
ดูฟุตบอลโลกแบบฮาร์ดคอร์
คนที่ดูฟุตบอลโลกครบทุกนัดที่มีการแข่งขันในแต่ละครั้ง หากไม่เรียกว่าเป็นแฟนบอลฮาร์ดคอร์ก็คงไม่ได้ สุรชัยก็เป็นหนึ่งนั้นและเป็นมายาวนานตั้งแต่วัยหนุ่ม
“ฟุตบอลโลกผมดูครบทั้ง 64 แมตช์ไม่พลาด ผมดูที่ถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์มาตั้งแต่เด็กแล้ว คราวนี้ผมเชียร์สเปน และมีอังกฤษอีกทีมหนึ่ง แต่อังกฤษเชียร์แล้วไม่ได้หวังว่าจะเป็นแชมป์โลก ก่อนหน้าเชียร์สเปน ผมชอบอังกฤษ เพราะเราโตมากับบอลอังกฤษ คนไทยเป็นอย่างนี้โตมากับฟุตบอลอังกฤษก็เชียร์มาตลอด เชียร์สนุกแต่ไม่เคยใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์ พอ 10 ปีหลังที่ผ่านมาก็เชียร์สเปน แล้วมาสำเร็จเมื่อปี 2010 แล้วโชคดีที่อาร์เอสเป็นคนถือสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนั้นพอดี ก็สนุกไปใหญ่ พี่นี้ก็เชียร์สเปนต่อ
“สำหรับตัวแทนจากทวีปเอเชีย ผมคาดหวังว่าญี่ปุ่นน่าจะเข้าถึงรอบ 2 ประมาทญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ไม่ได้ ผมเชียร์สเปนแต่คิดว่าบราซิลน่าจะมีโอกาสได้แชมป์โลกมากที่สุด เพราะมองจากเส้นทางการแข่งขันบราซิลน่าจะไปรอชิง ถ้าเขาได้ชิงจะสนุกมาก มีสีสันมากมายและเขาเป็นเจ้าภาพด้วย หากแพ้ในชิงก็จะเป็นดราม่า จะเป็นฟุตบอลโลกที่คนต้องจดจำไปอีกนาน
ปีนี้หลายคนบอกว่าฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ด้วยความที่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ คนละซีกโลกกับไทย ทำให้เวลาถ่ายทอดสดดึกมาก สุรชัยบอกว่าไม่มีผลกับคอบอลพันธุ์แท้
“เป็นเรื่องที่พูดกันทุกครั้ง สุดท้ายฟุตบอลโลกมาถึง คนที่ไม่ดู คนที่ไม่ชอบดูบอลแบบฮาร์ดคอร์ แม้จะเตะกัน 2 ทุ่มเขาก็ไม่ดู ผมดูฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ผมจำความได้ สมัยฟุตบอลโลกปี 1994 เตะกันที่อเมริกา หรือตอนที่เตะกันที่เม็กซิโกปี 1986 ตี 4 บางคู่ก็ 6 โมงเช้า ถามว่าคนที่ดูบอลเขาก็ต้องดู สำหรับบราซิลปีนี้ แข่ง 5 ทุ่ม ตี 3 สำหรับผมเองผมมองว่าที่เป็นเวลาดูบอลของคนไทยอยู่แล้ว เราดูฟุตบอลลีกอังกฤษ เยอรมัน สเปน เป็นไพรม์ไทม์ของคนดูบอล เวลาของคนดูละครซึ่งบอกว่าเป็นไพรม์ไทม์ พูดตรงๆ คนที่ดูบอลเขายังไม่กลับบ้านก็ได้ แข่งดึกอย่างไรไม่เป็นปัญหาสำหรับคนดูบอลอยู่แล้ว เรามีการวางแผนการตลาดไว้รอบคอบรัดกุม เพราะเรามีประสบการณ์บริหารลิขสิทธิ์มาแล้ว และเข้าใจถึงบริบทรอบข้างว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ผู้บริโภคมีพฤติกรรมยังไง
“เราชัดเจน ผมเข้าใจคอบอลดีเพราะผมก็ดูบอล ผมชอบบอลมาก ผมคิดว่าผมจัดการลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกของอาร์เอส เราเข้าใจตลาด เข้าใจคนดูและผู้บริโภค คิดว่าฟุตบอลโลกคราวนี้จะเป็นการสร้างสีสันมากๆ อย่างน้อยก็เกิดขึ้นที่ประเทศบราซิลซึ่งเป็นประเทศฟุตบอล ที่สำคัญเป็นฟุตบอลโลกที่มีอดีตประเทศที่เป็นทีมแชมป์โลกครบทุกทีมเป็นครั้งแรก และจะเป็นฟุตบอลโลกที่สนุกมาก แล้วก็มาในช่วงที่มาตรฐานทีมของเอเชียกำลังดี การแข่งขันของฟุตบอลโลกปีนี้ ผมคิดว่ามันจะมีความสนุกเร้าใจแทบจะทุกแมตช์ มันจะไม่มีประเภทที่เราเรียกว่าไม้ประดับเหมือนในฟุตบอลโลกทุกครั้งที่ผ่านมา ผมคิดว่าปีนี้ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือทีมจากแอฟริกา สามารถล้มทีมอื่นได้ทุกทีม”







