
กรมคุกเตรียมย้ายนักโทษขาใหญ่ไปคุกซุปเปอร์แม็กซ์
พล.อ.ไพบูลย์ มอบนโยบายปราบยาเสพติดเรือนจำ ด้านกรมคุก เตรียมย้ายนักโทษขาใหญ่-ค้ายา ไปคุกซุปเปอร์แม็กซ์ ภายใน7วัน รองรับได้ 440 คน
พล.อ.ไพบูลย์ มอบนโยบายปราบยาเสพติดเรือนจำ ด้านกรมคุก เตรียมย้ายนักโทษขาใหญ่-ค้ายา ไปคุกซุปเปอร์แม็กซ์ ภายใน7วัน รองรับได้ 440 คน
วันที่ 12 มิ.ย. เวลา 10.00 น.ที่กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หัวหนัาฝ่ายกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เดินทางมามอบนโยบายการบริหารงานกรมราชทัณฑ์แก่ผู้บัญชาการเรือนจำและผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชม. โดยมีพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้การต้อนรับ
พล.อ.ไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์หลังการมอบนโยบายว่า วันนี้มอบหมายนโยบายให้แก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำ เพื่อขอความร่วมมือแก้ปัญหาให้ได้ เพราะเป็นสถานที่ไม่น่ามีปัญหาแต่กลับมีปัญหา ซึ่งต้องยอมรับว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวเป็นความจริง อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นใจว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำมีน้อยแต่จำนวนนักโทษมากมาย และอาคารสถานที่คุมขังแออัดและเก่าแก่ ซึ่งปัญหาความขาดแคลนจะต้องแก้ไข แต่ไม่สามารถจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบมาแก้ปัญหาแล้ว ดังนั้น จึง ไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยให้มีนักโทษที่ถูกคุมขังในเรือนจำยังคงสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องการสั่งซิ้อหรือขายยาเสพติดจากในเรือนจำได้อีก
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการวัดแก้ปัญหายาเสพติดว่า สามารถจับต้องเป็นรูปธรรมได้ภายใน30วัน โดยหากมีข้อมูลปรากฏมึการสั่งยาเสพติดจากเรือนจำก็ต้องพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน โดยปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมทั้งตนเองในฐานะที่มารับหน้าที่หัวหน้าฝ่ายกฏหมายฯของคสช. จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
สำหรับข้อเสนอแนะในการปัญหายาเสพติดในเรือนจำนั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับนักโทษในเรือนจำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต้องมีการจำกัดให้อยู่เฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ปล่อยให้มาปะปนกับนักโทษคนอื่นเพื่อง่ายต่อการคัดแยก ซึ่งอาจจะนำตัวไปคุมขังที่"คุกซุปเปอร์แม็กซ์"หรือเรือนจำความมั่นคงสูง เรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี เป็นสถานที่มีระบบและอุปกรณ์ควบคุมที่ดี เพื่อกำจัดยับยั้งการกระทำของคนในกระบวนยาเสพติด ทั้งนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้บอกกับตนเองว่าจะดำเนินการคัดแยกนักโทษที่เกี่ยวข้องยาเสพติดไปยังคุกเรือนจำความมั่นคงสูงซึ่งรองรับนักโทษได้ประมาณ 440 คน และจะย้ายให้เสร็จได้ภายใน 7 วัน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ให้สัมภาษณ์กรณีที่วานนี้(11ม.ย.)คสช.มีประกาศโยกย้ายบุคคลในตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ อัยการสูงสุด เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น นั้น ยืนยันว่าบุคคลที่ปรากฏชื่อโยกย้ายไม่ได้เป็นบุคคลที่มีความผิดหรือถูกลงโทษ แต่คสช.ต้องการให้ออกจากจุดขัดแย้งก่อน แต่เมื่อมีการเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งในประเทศลงตัวเรียบร้อยแล้วจึวค่อยมาพิจารณากันอีกครั้ง ทั้งนี้ ย้ำว่าทุกคนที่ปรากฏชื่อตามประกาศ คสช.ยังคงตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยังคงตำแหน่งผบ.ตร. เช่นเดียวกับนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ยังคงดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดเช่นเดิม
ด้าน พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางกรมราชทัณฑ์มีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำอย่างจริง เพื่อเป็นการทำลายและตัดวงจรการค้ายาเสพติดในเรือนจำให้หมดไป ทั้งนี้ ทั่วประเทศมีเรือนจำและทัณฑสถานทั้ง 143 แห่ง ได้ดำเนินงาน"โครงการเรือนจำสีขาว"ในปี 2556 สามารถ ประกาศเป็นเรือนจำสีขาวจำนวน 103 แห่ง 35แดน และ5 ห้อง แต่สำหรับในปี 2557 ลดประกาศเรือนจำสีขาวเหลือเพียง 48 แห่ง 18 แดน ทั้งนี้ เนื่องมาจากปัญหาในแต่ละเดือนจะนักโทษเข้ามาใหม่ทั้งประเทศในแต่ละเดือนประมาณ 3,500 คน
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของกรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังตามคดีพ.ร.บ.ยาเสพติด ประมาณร้อยละ70 โดยมีทั้งผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ กลุ่มอิทธิพล และรวมกันเป็นองค์กรอาชญากรรม เพื่อพยามสร้างเครือข่ายทั้งในและนอกเรือนจำ โดยนักโทษที่ต้องขังจะใช้เรือนจำเป็นสถานที่ดำเนินการและใช้มือถือเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารซื้อขายยาเสพติดทำให้การควบคุมดูและยุ่งยากมากขึ้น
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินมาตรการแก้ปัญหายาเสพติดจากในเรือนจำมี 3 เรื่องเร่งด่วนที่คือ 1.เรื่องขจัดยาเสพติดออกจากนักโทษและคัดแยกนักโทษที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งเป็นระดับผู้สั่งยาเสพติดจากในเรือนจำ วันที่ 12 มิ.ย.จะสั่งการลงไปยังยังเรือนจำและที่คุมขังทุกแห่ง ให้รับทราบว่า ต้องมีการตรวจสอบและเอ็กซ์เรย์นักโทษทั้งหมด ภายใน 7 วัน เพื่อคัดแยกนักโทษที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับยาเสพติดและเป็นตัวการที่สั่งยาเสพติดจากภายในเรือนจำ ก่อนส่งรายชื่อ"บิ๊กเนม"หรือขาใหญ่ มายังกรมราชทัณฑ์ หลังจากนั้นจะคัดแยกนักโทษที่เป็นหัวโจกหรือเป็นขบวนการยาเสพติดรายให้ญ่ไปคุมขังที่ แดนความมั่นคงสูง หรือแดน 6 เรือนจำเขาบิน หรือที่เรียกว่า เรือนจำ "Super Max" ที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด มีเครื่องตัดการสื่อสารและการควบคุมตัวนักโทษขั้นสูง สามารถรองรับนักโทษได้ 440 คน
2.มาตรการสำหรับเจ้าหน้าที่ ภายใน 7 นับจากนี้จะทำการตรวจสอบ และเอ็กซ์เรย์ เจ้าหน้าที่ พนักงาน และลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเรือนจำ เพื่อคัดคัดเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจะเป็นโครงการ "เจ้าหน้าที่สีขาว" เพื่อคักแยกเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องยาเสพติด ให้ดำเนินการทั้งทางวินัยคือ ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องมนเรือนจำ ย้ายออกนอกพื้นที่ และอาญาคือ ส่งเรื่องให้ ป.ป.ส. และป.ป.ง.ดำเนินคดีต่อไป
3.มาตรการผู้บังคับบัญชา กำหนดความรับผิดชอบผู้บังคับบัญชา หากลูกน้องใต้บังคับบัญชาผิด หรือบกพร่องต่อหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบด้วย นำเข้าคณะกรรมการพิจารณาโทษ







