posttoday
บทเรียนความสุขจากผู้อาวุโส

บทเรียนความสุขจากผู้อาวุโส

08 มิถุนายน 2557

คุณเคยเห็นคนแก่สุขภาพจิตดีจนอยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตที่ผ่านๆ มาอย่างไรบ้างไหม

คุณเคยเห็นคนแก่สุขภาพจิตดีจนอยากรู้ว่าเขาใช้ชีวิตที่ผ่านๆ มาอย่างไรบ้างไหม

ดร.จอห์น ไอโซ นักเขียนและนักสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคยเป็นอนุศาสนาจารย์ผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยใกล้ตายจำนวนนับไม่ถ้วนพบว่าคนเรานั้นตายแตกต่างกัน บางคนตายไปอย่างอิ่มเอมใจและมีเรื่องเสียใจเพียงไม่กี่เรื่อง แต่บางคนตายอย่างขมขื่น หรือไม่ก็เสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง ชวนสงสัยว่ามีความลับใดที่ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่มีความสุข

ผู้ที่จะเผยความลับได้ดีที่สุดก็คือผู้อาวุโสที่มีชีวิตที่มีความสุขนั่นเอง เขาค้นหาคนเหล่านี้ด้วยการเปิดให้คน 1.5 หมื่นคนทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แนะนำผู้สูงวัยที่พวกเขาคิดว่ามีปัญญาและมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับชีวิตที่จะสอนเรา มีคนเสนอชื่อมากว่าพันคน คัดเลือกจากความหลากหลายด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ วัฒนธรรม ศาสนา ภูมิศาสตร์ และอาชีพ เหลือจำนวน 235 คน ช่วงอายุ 59105 ปี สัมภาษณ์คนละ 1-3 ชั่วโมง

ในการสัมภาษณ์มีคำถามหลักๆ คือ อะไรทำให้คุณมีความสุขที่สุด คุณเสียใจกับเรื่องใดบ้าง อะไรคือสิ่งสำคัญและสิ่งที่ในตอนท้ายกลายเป็นว่าไม่สำคัญ อะไรเป็นทางแยกสำคัญที่ส่งผลให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนแปลงไป มีเรื่องไหนบ้างที่คุณคิดว่าน่าจะได้เรียนรู้ให้เร็วกว่านี้ และพบว่าผู้อาวุโสที่มีความสุขเหล่านี้มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ 5 ข้อ ที่เขานำมาเขียนหนังสือชื่อ “ความลับ 5 ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย” (The Five Secrets You Must Discover Before You Die)

ความลับข้อแรก จงซื่อสัตย์กับตนเอง ผู้สูงวัยเหล่านี้มักพูดทำนองว่า “คุณต้องเดินตามหัวใจตัวเอง” “คุณต้องซื่อตรงกับสิ่งที่อยู่ภายในตัวคุณ” “คุณต้องรู้ว่าคุณเป็นใครและทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงนี้” และ “คุณต้องรู้ว่าอะไรสำคัญต่อชีวิตคุณ” และคนที่มีชีวิตที่ดีต่างจากคนส่วนใหญ่ตรงที่พวกเขาถามตัวเองเสมอว่า เรามีชีวิตแบบที่ต้องการหรือไม่ และทำตามความปรารถนาของหัวใจเพื่อไปสู่จุดหมายนั้นหรือไม่

ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์วัย 70 ปี ที่สอนหนังสือมากว่า 40 ปี บอกว่า มีความต่างราวฟ้ากับเหวระหว่างนักเรียนที่เดินตามหัวใจตัวเองกับนักเรียนที่เดินตามความฝันของคนอื่น อาจเป็นฝันของบิดามารดา หรือไม่ก็ล่องลอยเข้าไปเรียนในสาขาวิชาที่ไม่เหมาะหรือไม่สอดคล้องกับตัวตนของตัวเอง หลายปีให้หลังพวกที่มุ่งตามหัวใจยังคงไปได้สวย แต่พวกที่ไม่ยอมเดินตามหัวใจดูเหมือนต้องดิ้นรนไปตลอดชีวิต

ความลับข้อสอง อย่าปล่อยให้เสียดาย ผู้สูงวัย 200 กว่าคนพูดตรงกันว่า สิ่งที่เราควรกลัวมากที่สุดคือกลัวจะเสียดายที่ไม่ได้ลองพยายาม โดยเมื่อถึงบั้นปลายชีวิตไม่มีใครพูดว่าเสียดายที่พยายามทำอะไรสักอย่างแล้วล้มเหลว แต่ส่วนมากกลับพูดว่าตนยังเสี่ยงไม่พอ

“ฉันปล่อยให้หลายอย่างค้างคาในชีวิต ทีแรกคิดว่าคงเป็นเรื่องการผัดวันประกันพรุ่ง แต่พอคิดดูให้ดี ฉันก็ได้คำตอบว่า ที่เขียนไม่เสร็จก็เพราะถ้าเขียนเสร็จ ฉันจะต้องให้ใครบางคนอ่าน แล้วถ้าฉันให้คนอื่นอ่าน เขาอาจจะบอกว่าฉันเขียนหนังสือไม่เป็น ฉันว่าความกลัวที่จะถูกปฏิเสธนี่ล่ะทำให้ฉันเขียนหนังสือไม่เสร็จสักที” หญิงวัย 70 เศษ ผู้พยายามเขียนหนังสือ 6 เล่มให้เสร็จ แต่ไม่เสร็จสักเล่ม กล่าว

ความลับข้อสาม ใช้ชีวิตด้วยความรัก ทั้งการรักตนเอง ผู้ใกล้ชิด และผู้อื่น ความรักตนเองเป็นพื้นฐานของสุขภาพจิตที่ดี หากเราไม่มองว่าตัวเองมีคุณค่า ชีวิตเราจะหาความสุขมิได้เลย เรารักตนเองได้ด้วยการใส่ใจสิ่งที่เราป้อนให้ตนเอง เพราะชีวิตเราจะเป็นไปตามสิ่งที่เราคิด หากคิดว่าตัวเองแย่ ไร้ค่า ไม่มีเสน่ห์ พลังความคิดก็จะทำให้คุณทำตัวเช่นนั้น และเมื่อเราเลือกที่จะรักในทุกสถานการณ์ชีวิต ความสุขย่อมค้นพบเรา เมื่อเราได้ให้ความรัก ความรักจะกลับมาหาเราในรูปของความสุข

เรื่องของ เนลสัน แมนเดลา อดีตผู้นำผู้ล่วงลับของประเทศแอฟริกาใต้ แสดงให้เห็นว่าเราแทบไม่มีพลังอำนาจที่จะไปกำหนดให้ใครมารักเรา แต่กลับมีอำนาจมหาศาลในการให้ความรัก เขาถูกจองจำอย่างไร้ความยุติธรรมเป็นเวลาหลายสิบปี แต่เขายังเลือกที่จะรัก การเลือกของเขาได้ช่วยเปลี่ยนแปลงและเยียวยาแอฟริกาใต้ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติ

ความลับข้อสี่ อยู่กับปัจจุบัน หมายถึงการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในทุกห้วงขณะ ไม่จมอยู่กับอดีตหรืออนาคต แต่ผ่านทุกห้วงเวลาอย่างรู้คุณค่าและมีเป้าหมาย ดังเช่น แม็กซ์ นักวิจารณ์ละครที่ชมละครมาแล้วหลายร้อยเรื่อง พบว่า ละครหลายเรื่องแย่จนทำให้เขาคิดว่าเสียเวลาดูเปล่าๆ แต่เขาก็ตระหนักขึ้นมาว่าไม่มีทางเรียกคืนเวลากลับมาได้ และถ้าอยากใช้ชีวิตให้เต็มที่ก็ต้องกำจัดคำว่า “น่าเบื่อ” ออกไปจากชีวิต อยู่กับสิ่งตรงหน้าให้เต็มที่ เปิดรับทุกอย่างที่ห้วงเวลา

ผู้สูงวัยที่มีความสุขหลายคนบอกให้ใช้ชีวิตแบบทุกๆ วันเป็นของขวัญ หรือใช้ชีวิตประหนึ่งว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินเป็นครั้งสุดท้าย ดังนั้นวันเวลาในทุกห้วงขณะหรือแต่ละวันจึงมีค่ายิ่งนัก

ความลับข้อที่ห้า ให้มากกว่ารับ ภารกิจสำคัญของชีวิตมนุษย์มี 2 เรื่อง ได้แก่ ค้นหาตนเองและสลายตนเอง เราจะพบตนเองด้วยการค้นหาและซื่อตรงต่อตัวเอง แต่พบตนเองแล้วยังไม่พอ เราต้องสลายตัวตนนั้นด้วย จากการสัมภาษณ์พบว่าคนที่มีความสุขมากที่สุดคือคนที่จมอยู่กับตนเองน้อยที่สุดและใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่น ส่วนคนที่ไร้สุขที่สุดนั้นยังคงใช้ชีวิตเพื่อตนเอง

ภาษิตจีนบทหนึ่งเขียนไว้ว่า “เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่เวลาที่ดีที่สุดครั้งที่ 2 คือวันนี้” ผู้สูงวัยบางคนบอกว่า “อย่าหวังว่าจะตะลุยเร่งเครื่องก่อนชั่วโมงสุดท้าย ถ้าอะไรสำคัญกับคุณ จงทำเดี๋ยวนี้” คนเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาเฉลียวฉลาดกว่าคนส่วนใหญ่ แต่พวกเขาเรียนรู้และเติบโต ทบทวนตนเองเป็นประจำ และตามด้วยการลงมือแก้ไขตัวเอง บางคนใช้วิธีใคร่ครวญทุกคืนก่อนนอน หญิงชราคนหนึ่งใช้วิธีให้คำมั่นกับตนเองว่าจะใคร่ครวญชีวิตสัปดาห์ละครั้ง ถามตนเองว่าใช้ชีวิตตรงเป้าหรือไม่ และอยากเปลี่ยนแปลงอย่างไรในสัปดาห์ถัดไป

มาค้นหาวิธีทบทวนชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเองและลงมือปฏิบัติเสียแต่วันนี้กันเถอะ

อ้างอิง : ความลับ 5 ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย (The Five Secrets You Must Discover Before You Die), สำนักพิมพ์โอ้มายก้อด

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน