
ความจริงใจ คือชัยชนะที่ยั่งยืน
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ย้อนเกล็ดประวัติในอดีต ก่อนที่จะมายืนในตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า ในช่วงปี 2553 ประเทศกำลังเข้าสู่จุดความแตกแยกอย่างรุนแรง จากกรณีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ก็มีโอกาสได้ไปเรียนรู้การทำงานในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะการไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.เชียงใหม่ ซึ่งมีผู้คนห่วงใยกันมาก เพราะตอนนี้มีความขัดแย้งค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ ทันทีที่ไปถึง จ.เชียงใหม่ ก็ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าศาลากลางจังหวัดทันที ทั้งที่ข้าราชการท้องถิ่นแนะนำแล้วว่ายังไม่ควรเข้าไปในวันนั้น เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมารออยู่ที่ศาลากลางจังหวัดจำนวนมากหลายร้อยคน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น ก็เข้าใจข้าราชการว่าไม่อยากให้เห็นภาพแบบนั้นในการเข้าไปทำงานในวันแรก
อย่างไรก็ตาม ม.ล.ปนัดดาเล่าว่า การตัดสินใจไปทำงานในวันนั้นตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ เพราะเป็นวันที่เป็นโอกาสอันดีได้เปิดใจคุยกับประชาชนถึงแนวทางและความตั้งใจการทำงาน
“ผมเป็นข้าราชการรับใช้ท่าน มีเงินเดือนใช้ก็ของท่าน วันนี้มาทำงานด้วยความจริงใจ ไม่ได้มาเป็นข้าราชการของพรรคการเมืองใด เพราะไม่เคยได้ยินว่าเป็นข้าราชการของพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองนี้ ไม่มีตำราเล่มใดสอนไว้ว่าเป็นข้าราชการของพรรคการเมือง มีแต่คำว่าเป็นข้าราชการของพี่น้องประชาชน และเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีอะไรใช้ผม ผมมาประจำอยู่ในภูมิภาค ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนรัฐบาลในส่วนกลาง ท่านนายอำเภอก็เช่นเดียวกัน ผมพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกันเลย เราพูดจาด้วยไมตรีจิต ยื่นน้ำใจไมตรีให้กันและกัน”
ขณะเดียวกัน การเปิดใจ การมอบความจริงใจ นี่คือชัยชนะ ที่จะได้รับอย่างยั่งยืน ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม จะอยู่ในฐานะใด เขาก็จะอยู่ข้างเราเสมอ
“วันนั้นถ้าไม่เข้าไปที่ศาลากลางจังหวัด จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก ถือว่าทำงานสอบตกตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งวันสุดท้ายทำงานครบ 2 ปีเต็ม ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ผมเชื่อว่าความจริงใจของข้าราชการสำคัญมาก อย่าไปเสแสร้งแกล้งพูดแกล้งทำ อย่าไปสร้างภาพ”
ม.ล.ปนัดดายังได้เล่าอีกว่า วันสุดท้ายที่ต้องขึ้นเครื่องบินกลับมาที่กรุงเทพมหานครและมารับตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น มีประชาชนมาคอยส่งจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้ตื้นตันใจและทำให้ต้องจำไปตลอดชีวิต คือภาพที่ประชาชนวิ่งเข้ามากอด แล้วถามว่า
“ผู้ว่าฯ ยังไม่ตอบพวกเราเลย ก่อนที่เราจะจากกัน การที่กลับไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดีกว่าเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ตรงไหน ผมตอบว่า การเป็นข้าราชการไปอยู่ที่ไหนนานไม่ได้นะ เป็นข้าราชการภูมิภาคไปอยู่ที่ไหนนานเดี๋ยวจะกลายเป็นมาเฟีย” จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะกันลั่น ยืนกอดกัน นี่คือภาพความทรงจำดีๆ ที่ ม.ล.ปนัดดาว่าจะจำไปตลอดชีวิต
ขณะเดียว ม.ล.ปนัดดาได้อธิบายหลักสำคัญของการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดีว่า สิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ เรื่องของการพัฒนาการศึกษาที่ต้องไปควบคู่กับการปกครอง เราจะทำแต่การปกครองไปโดดเดี่ยวไม่ได้ และทุกครั้งถ้ามีโอกาสได้เข้าไปที่โรงเรียน และพูดหน้าเสาธง ก็จะฝากคติให้นักเรียนสื่อสารไปยังผู้ปกครองที่บ้านเสมอว่า ขอให้ร่วมกันสร้างความรู้รักสามัคคี ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข
อย่างไรก็ตาม ม.ล.ปนัดดาได้ทิ้งท้ายถึงอุปสรรคการทำงานไว้ว่า การทำงานทุกอย่างไม่มีอะไรที่ราบรื่นไปหมด แต่จะมีปัญหาอุปสรรคเข้ามาบ้าง เช่นเดียวกับการทำงานที่ จ.เชียงใหม่ ว่าปัญหาที่ทุกจังหวัดมีเหมือนกัน คือ การประสานงานกันระหว่างส่วนราชการด้วยกัน การที่จะบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ใช่เสมอไป คำที่เรียกว่า “ ซีอีโอ” โดยความหมายคือมีอำนาจเต็ม แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะเมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก็ต้องรับฟังจากทุกภาคส่วนทุกหน่วยงาน เราไม่สามารถที่จะตัดสินใจอะไรเบ็ดเสร็จได้ทุกอย่าง







