
ASEAN UNIT ของรัฐสภาไทย
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบัญญัติสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ฉบับที่ 10591 กำหนดอาชีพ “เสี่ยงภัย” ให้บุคคลที่ประกอบอาชีพ “เสี่ยง” ดังต่อไปนี้ สามารถมีและพกพาอาวุธปืนสั้นได้เมื่อออกนอกเคหสถาน อาชีพที่ว่า ได้แก่ แพทย์ นักข่าว นักบวช นักบัญชี พยาบาล วิศวกร พนักงานธนาคาร และทนายความ!
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบัญญัติสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ฉบับที่ 10591 กำหนดอาชีพ “เสี่ยงภัย” ให้บุคคลที่ประกอบอาชีพ “เสี่ยง” ดังต่อไปนี้ สามารถมีและพกพาอาวุธปืนสั้นได้เมื่อออกนอกเคหสถาน อาชีพที่ว่า ได้แก่ แพทย์ นักข่าว นักบวช นักบัญชี พยาบาล วิศวกร พนักงานธนาคาร และทนายความ!
นัยว่าเป็นการผ่อนคลายความเข้มงวดของกฎหมายเดิมที่เรียกว่า รัฐบัญญัติ 8294 ที่กำหนดว่า ผู้ที่จะสามารถพกพาอาวุธปืนต้องสามารถพิสูจน์ว่า “กำลังอยู่ภายใต้การข่มขู่คุกคามอันตรายอย่างแท้จริง”
อย่างไรก็ตาม แม้ผ่อนผันแล้วผู้จะพกพาปืนตามกฎหมายใหม่ ก็ต้องผ่านการทดสอบสารเสพติด และประวัติทางจิตเวช ไม่มีประวัติอาชญากรรมว่าเคยทำผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 2 ปี หรือมากกว่านั้นมาก่อน
ข่าวนี้รายงานโดย CNN แว้บนึง แต่ถูกแปลเผยแพร่โดยทีมงานสำนักภาษาต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรไทย เพื่อนำเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลนิติบัญญัติ ประจำปีงบประมาณ 2557
เป็นการดำเนินการของฝ่ายข้าราชการประจำของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างที่ยังไม่มีสมาชิกสภา ไม่ว่าสภาบนหรือสภาล่าง แต่เนื่องจากประเทศไทยต้องเดินหน้าตามพันธกรณีที่จะเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนเต็มสมบูรณ์แบบ
ฝ่ายข้าราชการประจำของสภาไทย จึงทำการบ้านล่วงหน้าไปพลางก่อน ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการประชาคมอาเซียนของฝ่ายนิติบัญญัติไทยไว้ และได้ทำการศึกษาโดยสร้างรัฐสภาของชาติสมาชิกอาเซียนอื่นๆ อีก 9 ประเทศ โดยแปลและเรียบเรียงเป็นรูปเล่มไว้เสร็จสมบูรณ์แล้ว 7 ประเทศ คือ รัฐสภามาเลเซีย รัฐสภากัมพูชา รัฐสภาลาว รัฐสภาเวียดนาม รัฐสภาอินโดนีเซีย รัฐสภาสิงคโปร์ รัฐสภาบรูไน ส่วนกรณีรัฐสภาฟิลิปปินส์และพม่านั้น กำลังตรวจทานครั้งสุดท้ายก่อนทำรูปเล่ม
น่าชื่นใจไหมครับ
ผมถามตัวเองว่า...ก็ถ้าไม่ใช่พวกเขาทำให้พวกเราคนไทยได้ใช้ศึกษาต่อ แล้วใครจะทำ...?
ข่าวแปลที่สำนักภาษาต่างประเทศ ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไทย แปลไว้อย่างน่าสนใจยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น ข่าวผู้นำฟิลิปปินส์ช่วยขับเคลื่อนประชาธิปไตยของพม่า ข่าวนโยบายส่งเสริมการให้บริการสุขภาพโดยเอกชนของลาว ข่าวกัมพูชากำหนดยุทธศาสตร์บูรณาการการค้าระยะ 5 ปี ข่าวโอบามาเห็นชอบข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์กับเวียดนาม ข่าวกัมพูชาและอิหร่านขยายความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างกระตือรือร้น ข่าวชาวแขมร์กรอมถูกทอดทิ้ง ซึ่งมีชะตากรรมไม่ต่างจากชาวโรฮิงยาที่ถูกรัฐบาลพม่าและบังกลาเทศปฏิเสธ จนต้องออกลี้หนีตายจากถิ่นที่อยู่นับแสนๆ คน โดยชาวแขมร์กรอมก็ถูกปฏิเสธจากเวียดนาม และในหลายกรณีก็ถูกเลือกปฏิบัติอยู่ในกัมพูชาเอง
ผมไม่ได้บอกนะครับว่า ข่าวเหล่านี้เป็นข่าวที่ไม่มีใครรู้ เพียงแต่ว่าคนไทยเราถูกจำกัดวงให้ได้อ่านได้รับรู้ข่าวที่มองผ่านสายตาของสื่อไทยอย่างเดียวมามากกว่า จนทำให้เราไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านอาเซียนเราทำอะไรกับใครอยู่
รู้แต่ว่า...เพื่อนบ้านอาเซียนทำอะไรกับเรา...เพราะเรามักรายงานข่าวสารเท่านี้ ข้อมูลข่าวเหล่านี้ย่อมเป็นประโยชน์ที่จะให้ข้าราชการของรัฐสภาไทย สมาชิกรัฐสภาไทยไม่ว่าจะมาจากการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ได้มีใช้ค้นคว้าอย่างสะดวก
เพราะถึงยังไงการทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้มแข็ง ก็เป็นสิ่งที่ประเทศต้องมีและสำคัญไม่น้อยไปกว่าการช่วยทำให้ฝ่ายบริหารเข้มแข็ง ความสามารถในการถ่วงดุลกันของฝ่ายนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหาร ไม่อาจมีได้ด้วยการให้อำนาจเข้มงวดเพื่อตรวจสอบแก่ฝ่ายนิติบัญญัติเฉยๆ แต่ต้องให้ข้อมูลความรู้และทักษะการวิเคราะห์ด้วย
ฝ่ายบริหารมีการตั้งคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ มีปลัดกระทรวงทุกกระทรวงและหน่วยงานจำเป็นที่ต้องทำงานด้านประชาคมอาเซียนร่วมประชุมกันเป็นระยะ แต่ยังไม่ได้ทำงานร่วมกับรัฐสภา ซึ่งมีหน้าที่ต้องให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงใดๆ ที่ไทยจะเข้าไปผูกพัน ดังนั้น อาเซียนยูนิตของรัฐสภาไทยมีขึ้นมาแล้วในปีนี้ จึงน่าจะได้ช่วยคนไทยถักทอเชื่อมต่อสากลได้เพิ่มขึ้น ขอชื่นชมชาวสภาแทนคนไทยในยามที่เราไม่มีนักการเมืองในสภาครับ







