
นักรบมวลชนสัมพันธ์ เปิดประวัติ"บิ๊กโชย"ผอ.ศูนย์ปรองดอง
“บิ๊กโชย” พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็นนายทหารที่ผ่านประสบการณ์ทั้งสายรบและสายมวลชนสัมพันธ์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ชื่อของ “บิ๊กโชย” พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ ซึ่ง คสช.แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) นั้นถือว่าไม่ใช่การอุปโลกน์ตั้งขึ้นแบบไม่มีที่มาที่ไป แต่ถือเป็นการวางตัวบุคคลที่เหมาะสมกับภาระงาน สร้างความสงบสุขเอื้อต่อบรรยากาศการปฏิรูปประเทศ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป เพราะบิ๊กโชยนั้นเป็นนายทหารที่ผ่านประสบการณ์ทั้งสายรบและสายมวลชนสัมพันธ์
ชีวิตราชการของ พล.ท.กัมปนาท นักเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 16 นักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 27 เพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีคือ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นอกจากนี้ยังมี ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.
เติบโตในสังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF) กองพันทหารราบที่ถือเป็นหน่วยพร้อมรบที่สุด ซึ่งมีเกียรติประวัติการรบทั้งในและต่างประเทศ
ในปี 2549 ก่อนการยึดอำนาจวันที่ 19 ก.ย. 2549 บิ๊กโชยก็ขึ้นเป็นผู้บังคับการ ร.31 รอ. จ.ลพบุรี ซึ่งถือเป็นกำลังหลักหน่วยหนึ่งในการยึดอำนาจครั้งนั้น ต่อมาในปี 2550 ติดยศพลตรีในตำแหน่งผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 15 กลับมาเป็นรองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ. ในปี 2552 และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปี 2553
ช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2553 ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายควบคุมการใช้กำลัง (ส่วนแยก) ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
การแต่งตั้งโยกย้ายปลายปี 2554 ในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย แม้จะขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 แต่ก็ต้องพ้นจากการเป็นหัวหน้าหน่วยกำลังหลัก จึงได้รับมอบหมายให้ไปทำหน้าที่ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาส ช่วงปี 2554-2555
ในช่วงที่อยู่ชายแดนใต้ แม้จะเป็นนายทหารที่มีเกียรติประวัติในสายการรบ แต่ก็ถือว่า พล.ท.กัมปนาท บุกเบิกงานมวลชนสัมพันธ์จนได้รับการยอมรับอย่างสูงจากหลายฝ่ายในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มีผลการปราบปรามปะทะกับกองกำลังผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่อยู่หลายครั้ง
ปลายปี 2555 ก้าวขึ้นติดยศพลโทในตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก และยังทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งถือว่าเป็นตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังการจัดทำแผนยุทธศาสตร์สลายสีเสื้อ ขจัดการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองของ กอ.รมน.
3 ขั้นตอนทำแผนปรองดอง
ขั้นที่ 1 เตรียมความพร้อม เชิญผู้แทนส่วนที่เกี่ยวข้องจัดตั้งคณะทำงานหารือกำหนดกรอบแนวทางในการดำเนินการ กอ.รมน.ภาค 14 จัดตั้งศูนย์ฯ กำหนดรวบรวมข้อมูลและแผนการปฏิบัติ เพื่อดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ
ขั้นที่ 2 ช่วงเดือน มิ.ย. คณะทำงานส่วนกลางรวบรวมความเห็น จัดทำเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการ ศปป.กอ.รมน.ภาค 14 รวบรวมความเห็นจากระดับครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค เสนอให้ ศปป.ทราบ
ขั้นที่ 3 ในเดือน ก.ค. ประมวลข้อมูลที่ได้รับนำไปสู่การนำเสนอแนวทางการปฏิบัติประกอบการพิจารณาการแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป







