posttoday
เปลี่ยนโครงสร้าง ก.ตร.ให้ปลอดการเมือง

เปลี่ยนโครงสร้าง ก.ตร.ให้ปลอดการเมือง

02 มิถุนายน 2557

รอยเกวียนย้ำรอยโคฉันใด ประวัติศาสตร์การเมืองไทยย่อมซ้ำรอยฉันนั้น เหตุการณ์ในเดือน พ.ค.นี้ ทำให้ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เดือน พ.ค. 2535 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสกับผู้เข้าเฝ้าฯ ในวันที่ 20 พ.ค. 2535 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ดังนี้

รอยเกวียนย้ำรอยโคฉันใด ประวัติศาสตร์การเมืองไทยย่อมซ้ำรอยฉันนั้น เหตุการณ์ในเดือน พ.ค.นี้ ทำให้ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์เดือน พ.ค. 2535 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสกับผู้เข้าเฝ้าฯ ในวันที่ 20 พ.ค. 2535 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ดังนี้

“...ประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคน สองคน เป็นประเทศของทุกคน ต้องเข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากัน แก้ปัญหา เพราะว่าอันตรายมีอยู่ เวลาคนเราเกิดความบ้าเลือด ปฏิบัติการรุนแรงต่อกัน มันลืมตัว ลงท้ายก็ไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทางชนะ อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือ ต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วก็ที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชน จะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมติว่ากรุงเทพมหานครเสียหาย ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไร ที่จะทะนงตัวว่าชนะเวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง...”

ความขัดแย้งในสังคมเป็นเรื่องปกติ ในมุมมองของเหรียญซึ่งมีสองด้าน ด้านหนึ่ง ความขัดแย้งคือตัวแปรสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ความขัดแย้งทางสังคมนำไปสู่การตรากฎหมาย กำหนดกรอบ กติกาของสังคมเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายพอใจ อาจเรียกได้ว่ายุติธรรม

ผู้รักษาความยุติธรรม หรือผู้รักษากฎหมาย คือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเมืองไทยคือข้าราชการ ไม่ว่าจะข้าราชการพลเรือน ทหาร หรือตำรวจ

นับแต่ความขัดแย้งในสังคมไทยได้ทวีขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 เป็นต้นมา ข้าราชการซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ ข้าราชการตำรวจ เพราะเป็นหน่วยที่กฎหมายกำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่รักษาความสงบภายใน

แต่ข้าราชการตำรวจก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ซึ่งเป็นความจริง เพราะรัฐหรือรัฐบาลฝ่ายใดมา ก็ต้องใช้ตำรวจทุกรัฐบาล ตำรวจเป็นด่านหน้า เป็นกันชนระหว่างรัฐกับประชาชนผู้เรียกร้องสิทธิ

เมื่อสถานการณ์จำเป็นต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ข้าราชการทหารจึงต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเต็มรูปแบบ เป็นการใช้ยาแรงขึ้นตามอาการของโรค

องค์กรแรกที่ถูกรักษา คือ บุคคลในองค์กรการเมือง หน่วยงานของรัฐที่ถูกรักษาและผ่าตัดเป็นหน่วยแรก คือ ตำรวจ มีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวทันทีจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ หลังจากนั้นเปลี่ยนระดับผู้บัญชาการอีก 8 หน่วยงานหลัก มีการสับเปลี่ยนผู้การตำรวจภูธรในบางที่ อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี อุดรธานี ขอนแก่น นนทบุรี สมุทรปราการ

เสียงสะท้อนจากข้าราชการตำรวจทุกระดับ เริ่มเกิดขึ้นว่าทำไมต้องมีการล้างบางกันเช่นนี้ ในวันแรกๆ ไม่ว่าใน Line หรือ Facebook มีการเปลี่ยนรูปขึ้นโลโก้สัญลักษณ์ของตำรวจ คือ โล่เขนสีเลือดหมู เป็นการแสดงออกถึงความกังวลและอึดอัด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวทางการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ผู้เขียนเห็นด้วยกับการปรับหน่วยงานของตำรวจเพื่อลดการแทรกแซงจากนักการเมือง หากจะมององค์กรของตำรวจจะพบว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ มีหน้าที่กำหนดนโยบายและอำนาจที่สำคัญ คือ แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วนคณะกรรมการอีกคณะหนึ่งนั้น เรียกว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งมีหน้าที่บริหารงานบุคคล มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน เพื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับพลตำรวจตรีขึ้นไป

โครงสร้าง ก.ตร. ประกอบด้วย

(1) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเลขาธิการ ก.พ. ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และรอง ผบ.ตร. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

ปัจจุบันมีรอง ผบ.ตร.ทั้งหมด 6 คน ก.ตร.โดยตำแหน่งจึงมีทั้งหมด 10 คน

(2) ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่

(ก) ผู้ซึ่งเคยรับราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวน 5 คน แต่ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกินหนึ่งปี

(ข) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวน 6 คน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม หรือสาขาอื่นตามที่ ก.ตร.กำหนดสาขาละไม่เกินหนึ่งคน

เทียบเคียงกับหน่วยในกระบวนการยุติธรรมด้วยกัน อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด จะพบว่ามีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.อ. ประกอบด้วย

ประธานกรรมการ ซึ่งเลือกจากผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้วในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีกรมอัยการ หรือรองอัยการสูงสุด หรือผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ทั้งนี้ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา และไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือทนายความ

จึงทำให้ข่าวการแต่งตั้งอัยการไม่เคยปรากฏว่ามีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

หากจะมีการแก้ไขกฎหมายให้ประธาน ก.ตร. ไม่ใช่มาจากคณะรัฐมนตรี หรือนักการเมืองแล้ว ข้าราชการตำรวจจะได้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์เสียที ไม่ต้องสะสมเงินไปวิ่งเต้นเพื่อขอหรือซื้อตำแหน่ง ตั้งหน้าตั้งใจทำงานเพื่อหวังความก้าวหน้าในชีวิต ไม่ใช่ตั้งหน้าทำงานเพื่อถอนทุนอย่างที่ถูกกล่าวหา

แต่การแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนตัวประธาน ก.ตร. ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

ความยุติธรรม เป็นธรรมในการแต่งตั้งโดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม มีตัวชี้วัดผลงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม จะทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ เพราะตำรวจแข่งขันกันทำงาน ไม่ใช่แข่งขันกันวิ่งเต้น

ผู้เขียนจึงขอเสนอให้แก้กฎหมายพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 30 ให้ประธาน ก.ตร. มาจากการเลือกตั้งของข้าราชการตำรวจทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชั้นประทวน โดยข้าราชการแต่ละระดับเลือกกรรมการสรรหาเป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่ม นอกจากมีหน้าที่สรรหาแล้ว ควรมีอำนาจถอดถอนประธาน ก.ตร.ด้วย เมื่อปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยมิต้องรอให้หมดสมัย

เมื่อการเมืองไม่อาจก้าวล้ำมาล้วงลูกในการแต่งตั้งได้ ข้อกล่าวหาว่าตำรวจรับใช้การเมืองจะลดลง

ประชาชนจะเป็นผู้พิสูจน์ว่า ตำรวจจะกลับมาเป็นผู้พิทักษ์และรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69