posttoday
7องค์กรชงฟื้นฟู7ด้าน

7องค์กรชงฟื้นฟู7ด้าน

28 พฤษภาคม 2557

หลังการประชุม 7 องค์กรภาคธุรกิจ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ได้ข้อสรุปในการหารือกันว่าจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นสู่สังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ นักท่องเที่ยวให้กลับคืนมาซึ่งประกอบด้วย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุน และสมาคมบริษัทจดทะเบียน ได้มีการหารือกันเป็นครั้งแรกนับแต่เกิดการรัฐประหารและมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เข้ามาบริหารประเทศ

หลังการประชุม 7 องค์กรภาคธุรกิจ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ได้ข้อสรุปในการหารือกันว่าจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นสู่สังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ นักท่องเที่ยวให้กลับคืนมาซึ่งประกอบด้วย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุน และสมาคมบริษัทจดทะเบียน ได้มีการหารือกันเป็นครั้งแรกนับแต่เกิดการรัฐประหารและมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เข้ามาบริหารประเทศ

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้หารือกันว่าจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างไรถึงจะทำได้จริงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเป็นการสร้างอนาคตประเทศในระยะ 1020 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจภายใต้การบริหารงานของ คสช.จะขยายตัวอยู่ที่ 2% จากที่มีความคืบหน้าในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 รวมถึงการทยอยจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท เพราะวงเงินดังกล่าวจะช่วยทำให้เกิดการใช้จ่ายการบริโภคเพิ่มขึ้น 23 เท่าตัว

การลงทุนของภาครัฐและเอกชนก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และหากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) สามารถอนุมัติโครงการได้ก็จะเป็นการสนับสนุนการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับเป้าหมายที่ คสช.อยากเห็นจีดีพีโตถึง 3% นั้น อาจจะเป็นไปได้ยาก แต่เบื้องต้นทางหอการค้าไทยจะออกสำรวจความเป็นไปได้อีกครั้งว่าเศรษฐกิจในภาพรวมมีการขับเคลื่อนมากน้อยเพียงใด

สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า 7 องค์กรภาคธุรกิจมองแนวทางการฟื้นฟูไว้ 7 ด้าน ได้แก่ 1.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2.การปฏิรูปการลงทุนของภาครัฐและเอกชน 3.การยกระดับการศึกษาและนวัตกรรม 4.การแก้ปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำ 5.ธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น 6.การพัฒนาระเบียบต่างๆ ของภาครัฐ และ 7.การพัฒนาโครงสร้างใหม่ในระบบเศรษฐกิจ

ขั้นตอนต่อไปทั้ง 7 องค์กรจะกลับไปหารือภายในว่าแต่ละแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับแต่ละด้านอย่างไร จะมีแผนฟื้นฟูทั้งระยะสั้นและยาวของแต่ละด้านอย่างไร จากนั้นจะนำกลับมาหารือกันภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อสรุปเป็นแผนรวมที่เสนอให้ คสช. สามารถนำไปปฏิบัติได้เลย ซึ่งเชื่อว่าหา คสช. ดำเนินการตามที่เสนอจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

“เราตั้งใจทำแผนให้ คสช.นำไปใช้ได้เลยส่วนที่เป็นแผนระยะยาวก็อยากให้นำไปอยู่ในแผนพัฒนาประเทศของสภาพัฒน์ได้ เราก็คาดหวังว่าในวิกฤตนี้จะเป็นโอกาส คสช.เปิดให้ทำอะไรได้เราก็จะทำ ส่วนว่าจะพบกับ คสช.อีกเมื่อไหร่นั้นเราจะดูก่อนว่า คสช.จะเรียกไปพบเมื่อไหร่ หากไม่เรียกเราก็จะนำเสนอแผนเข้าไป” สุพันธุ์ กล่าว

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ที่ค่อนข้างกังวลและต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วขณะนี้คือเรื่องของความเชื่อมั่น ที่ขณะนี้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยหายไปพอสมควร ซึ่งในส่วนของความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ส.อ.ท.และหอการค้าไทย จะมีการเชิญหอการค้าและสภาธุรกิจต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 30 แห่งมา สื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า รวมถึงสื่อให้คู่ค้าในต่างประเทศมั่นใจว่าผู้ประกอบการในไทยยังสามารถผลิตและส่งสินค้าได้ตามปกติ

ส่วนการสร้างความเชื่อมั่นนั้นจะเกิดขึ้นได้เร็วเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับมาตรการและการใช้จ่ายภาครัฐที่จะออกมา แต่ก็อยากให้เร็วที่สุดไม่ควรนานถึง 6 เดือน

สุพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องที่ ส.อ.ท. มีความกังวลและอยากให้ คสช.ทำให้ความชัดเจนคือ การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เพื่อจะได้อนุมัติโครงการได้ เพราะขณะนี้มีเรื่องขอรับการส่งเสริมการลงทุนค้าอยู่กว่า 78 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ควรมีมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีว่า จะสามารถให้ยืนต่อไปได้อย่างไร โดย ส.อ.ท.จะเสนอให้ คสช. อำนวยความสะดวกให้จัดงานแฟร์ให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาขายได้ และที่สำคัญคือขอให้คงคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่จะเป็นเวทีสื่อสารระหว่างภาครัฐและเอกชน

อย่างไรก็ตาม สทท. จะเร่งทำความเข้าใจกับทั้งนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการต่างชาติถึงสถานการณ์ในไทยว่าการทำรัฐประหารในไทยต่างจากประเทศอื่นคือเป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบ ไม่ใช่การแย่งอำนาจกัน สทท.จะใช้โอกาสในช่วงการจัดงาน“ไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท” ที่จัดขึ้นในช่วง 48 มิ.ย.นี้ ชี้แจงให้ต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ในไทย เนื่องจากงานนี้ได้เชิญคู้ค้า และสื่อมวลชนต่างชาติหลายร้อยคน ซึ่งผู้มาร่วมงานนี้จะได้เห็นสถานการณ์ที่แท้จริงภายในประเทศ และความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาของไทย ซึ่งจะช่วยให้ต่างชาติมีความมั่นใจในการเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

สำหรับมาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น เห็นว่าคสช. ควรส่งเสริมให้คนไทยออกมาท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนไทยในภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้เกิดเข้าใจวิถีชีวิตมุมมองความคิดระหว่างกันมากขึ้น

จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ตลาดทรัพย์มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนอยู่จำนวนมาก ซึ่งมีความจำเป็นต้องสื่อความเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ ตลท. สื่อความผ่านเครือข่ายของบริษัทหลักทรัพย์ที่มีลูกค้าจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ มีการสื่อสารกับลูกค้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหาก คสช. มีโรดแมปฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ชัดเจนก็จะยิ่งทำให้การสื่อสารกับนักลงทุนได้ดีขึ้น

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะเลขาที่ประชุม 7 องค์กรภาคธุรกิจ กล่าวว่า ยังคงประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 23% โดยปัจจัยที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้คือโครงการลงทุนภาครัฐที่จะเริ่มเดินหน้าได้ ดอกเบี้ยที่ยังอยู่ระดับต่ำ เงินจากโครงการรับจำนำข้าวที่จะเข้าสู่ระบบ 9.2 หมื่นล้านบาท ความต้องการซื้อของประชาชนก็พร้อม รอเพียงความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งได้ยุติลงจริง

“ปัญหาของไทยตอนนี้คือขาดความเชื่อมั่น เราเดินช้ากว่าคู่แข่งไปแล้ว 6 เดือน ดังนั้นทำอะไรก็ได้ให้มีความเชื่อมั่นกลับมา” กอบศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69