
ปฏิรูปกฎหมายธุรกิจ
เนื่องจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่หลักตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. 2553 ในหลายประการ เช่น ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่เห็นสมควร โดยได้ให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และหน่วยงานต่างๆ ที่ออกกฎหมายในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการให้มีกฎหมาย หรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย และเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
เนื่องจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่หลักตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. 2553 ในหลายประการ เช่น ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่เห็นสมควร โดยได้ให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และหน่วยงานต่างๆ ที่ออกกฎหมายในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการให้มีกฎหมาย หรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย และเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
ดังนั้น แม้ในขณะที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านต่างๆ รวมทั้งด้านกฎหมายเอกชนและธุรกิจก็ได้ดำเนินการเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่เคยเสนอต่อรัฐสภาและเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน
เช่น ร่างพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ... ร่างพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ... ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ซึ่งจะดำเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคตและรัฐสภาที่จะมีในอนาคตต่อไป และสิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่หรือจะดำเนินการต่อไปคือ การปฏิรูปกฎหมายที่เป็นปัญหาและมีความจำเป็น แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเสนอเป็นร่างกฎหมายจากทางการ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า การทวงถามหนี้ และการค้าปลีก
นอกจากนั้น ในกรณีที่ประเทศไทยมีความจำเป็นหรือมีพันธกรณีกับต่างประเทศที่ต้องออกกฎหมายอนุวัติการให้เป็นไปตามสนธิสัญญา เพราะเป็นภาคีสนธิสัญญาต่างๆ หรือจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาต่างๆ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็จำเป็นต้องพิจารณาข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย และร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic CommunityAEC) และในปี 2558 จะมีการเปิดเสรีในด้านต่างๆ
กล่าวคือ การค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งจะมีผลให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนในอาเซียนเป็นไปได้อย่างเสรีมากขึ้น หน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และคณะกรรมการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเอกชนและธุรกิจก็จำเป็นต้องดำเนินการต่างๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจอยู่ในรูปของกฎหมาย ความตกลง และระเบียบต่างๆ
ในปัจจุบันหน่วยงานราชการต่างๆ ของประเทศไทย ซึ่งต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในการเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นก็ได้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างกันในอาเซียนให้มีความสอดคล้อง และมีแนวปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
เช่น กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้แก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อลดขั้นตอนต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดอุปสรรคของนักธุรกิจ เช่น พิธีการด้านศุลกากร อำนวยความสะดวกทางการค้า สนับสนุนการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านเอกชนและธุรกิจก็ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ เช่น ในการให้ความเห็นสำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ซึ่งได้กำหนดต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นการรองรับการเป็นภาคีประชาคมอาเซียนที่ต้องอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ในทุกสาขาบริการภายในปี 2558
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านเอกชนและธุรกิจก็ได้ดำเนินการศึกษากฎหมายอื่นๆ ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงด้วย โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายในแต่ละเรื่องด้วย ว่ามีความบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับการต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างไร รับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการและบุคคลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อให้สอดรับกับการที่จะต้องอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ในทุกสาขาบริการภายในปี 2558 และบทบัญญัติที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบกิจการธุรกิจบางประเภทที่เป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าว และกฎหมายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข เช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และจะจัดทำเป็นข้อเสนอต่อรัฐบาล รัฐสภา และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในโอกาสที่เหมาะสม ให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ เหล่านั้นต่อไป







