
ปฏิรูปดีเอสไอปลอดการเมือง
กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงได้หารือถึงนโยบายเร่งด่วนที่จะเสนอให้ คสช.พิจารณา ประกอบด้วยการให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น ตั้งกองทุนยุติธรรมเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และเสนอให้มีการปรับการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้มีความโปร่งใสไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งของอธิบดีดีเอสไอต้องสร้างหลักประกันการทำงาน เริ่มจากระบบการได้มาของอธิบดีควรปรับให้มีมาตรฐานคล้ายกับการคัดเลือกของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแต่งตั้งด้วยไม่ใช่มีแต่นักการเมือง
กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงได้หารือถึงนโยบายเร่งด่วนที่จะเสนอให้ คสช.พิจารณา ประกอบด้วยการให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น ตั้งกองทุนยุติธรรมเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และเสนอให้มีการปรับการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้มีความโปร่งใสไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งของอธิบดีดีเอสไอต้องสร้างหลักประกันการทำงาน เริ่มจากระบบการได้มาของอธิบดีควรปรับให้มีมาตรฐานคล้ายกับการคัดเลือกของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแต่งตั้งด้วยไม่ใช่มีแต่นักการเมือง
กิตติพงษ์ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปแต่รอจังหวะที่ลงตัวก่อนจึงจะมีความชัดเจนออกมา และเห็นว่า คสช.ควรให้ความสำคัญกับการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการปฏิรูป
พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจภายใน 34 เดือน โดยมีหลักการคือ เน้นการกระจายอำนาจลงไปสู่พื้นที่ เพื่อให้การทำงานแต่ละหน่วยมีความเข้มแข็ง มีอำนาจในการตัดสินใจ ส่วนรายละเอียดเรื่องรูปแบบ ยังไม่มีการพูดถึง โดยยืนยันว่า จะดำเนินการไปควบคู่กับความถูกต้องเป็นธรรมและโปร่งใส
ด้าน สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนที่ ศธ.จะเสนอในปีงบประมาณ 2557 ประกอบด้วย การจัดสรรงบฯ ให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 3,610 ล้านบาท เพื่อปล่อยให้กับผู้กู้รายใหม่ 2 แสนราย และการเดินหน้าโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน ที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะโซน 4 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เพิ่งประกาศขายซองและคาดจะเริ่มการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ ซึ่งต้องใช้งบจัดซื้อเพราะเป็นโครงการต่อเนื่อง รวมถึงงบซ่อมแซมอาคารเรียนที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว ที่ จ.เชียงราย







