
ดึงคดีกบฏ-หมื่นสถาบันฯขึ้นศาลทหาร
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศฉบับที่ 37/2557 เรื่องความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ประกาศให้บรรดาคดีความผิดตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตราชอาณาจักร และในระหว่างที่ประกาศนี้ใช้บังคับอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร เพื่อการรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศฉบับที่ 37/2557 เรื่องความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ประกาศให้บรรดาคดีความผิดตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตราชอาณาจักร และในระหว่างที่ประกาศนี้ใช้บังคับอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร เพื่อการรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.
โดยความผิดตามที่กำหนดได้แก่ 1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (1) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107-112
(2) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113-118 ยกเว้นความผิดซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ 2551 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548
2.ความผิดตามประกาศ หรือคำสั่ง คสช.
ทั้งนี้ เมื่อดูความผิดตามมาตรา 113 ของประมวลกฎหมายอาญา คือการใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ แบ่งแยกอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือเป็นส่วนของแผนการเป็นกบฏหรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏหรือช่วยปกปิด ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี มาตรา 117 ผู้ใดยุยงหรือจัดให้เกิดการร่วมกันหยุดงาน หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขาย ติดต่อธุรกิจกับบุคคลใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือ เพื่อบังคับรัฐบาลหรือเพื่อข่มขู่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







