
ค้าปลีกตุนสินค้ารับเคอร์ฟิว
เตรียมพร้อมน้ำดื่มอาหารสำเร็จรูปชี้เศรษฐกิจตกคนกรุงยังรัดเข็มขัด
เตรียมพร้อมน้ำดื่มอาหารสำเร็จรูปชี้เศรษฐกิจตกคนกรุงยังรัดเข็มขัด
ค้าปลีกตบเท้าสต๊อกสินค้ารับเคอร์ฟิว เน้นน้ำดื่ม อาหารแห้ง รับปิดเร็วขึ้นยอดขายลด
เผยขณะนี้ยังไม่เห็นภาพผู้บริโภคตุนสินค้า และเร็วไปที่จะตอบ รับวันแรกผู้บริโภคตกใจซื้อสินค้าเพิ่ม
นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศคุมอำนาจในการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา และมีการประกาศห้ามประชาชนออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. ส่งผลให้ช่วงก่อนเวลา 22.00 น. มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นจากปกติ แต่ยอมรับว่าการปิดให้บริการไป 7 ชั่วโมง ในช่วงเคอร์ฟิว อาจส่งผลกระทบกับยอดขายบ้าง แต่เชื่อว่าช่วงเวลาที่เปิดให้บริการมียอดขายเพิ่มขึ้น จะเข้ามาชดเชยกับรายได้ที่หายไป
แต่ยังไม่สามารถประเมินภาพรวมได้เพราะเพราะตกใจกับประกาศดังกล่าวอย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ เพราะขณะนี้ผู้บริโภคยังใช้ชีวิตและซื้อสินค้าตามปกติ
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการสต๊อกสินค้าที่จำเป็น เช่น น้ำดื่มและอาหารแห้ง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่อาจจะเพิ่มขึ้น
สำหรับการปิดให้บริการในเวลา 22.00-05.00. นับเป็นระยะเวลา 7 ชั่วโมง บริษัทยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบในด้านของยอดขายบ้างเล้กน้อย แต่จากการที่ช่วงเวลาที่เปิดให้บริการมียอดขายที่เพิ่มขึ้น จึงสามารถนำมาชดเชยกับรายได้ที่หายไปได้ ซึ่งในส่วนของพนักงานบริษัทยังคงให้ทำงานตามปกติ จากเดิมที่พนักงานช่วงกะกลางคืนจะเน้นขายสินค้า ก็ปรับมาเป็นการทำความสะอาดร้าน และจัดเรียงสินค้า รวมไปถึงการดูแลความเรียบร้อยภายในร้าน
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานบริหาร บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท ผู้บริหารร้านแฟมิลี่มาร์ท กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์จำนวนลูกค้าและยอดขายได้ เนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวเพิ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการสต๊อกสินค้าที่จำเป็น เช่น น้ำดื่มและอาหารสำเร็จรูป เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และเปิดปิดตามคำสั่ง คือ เปิดบริการเวลา 05.00-22.00 น.
นางภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์, ท็อปส์ เดลี่, ซูเปอร์คุ้ม, และซูเปอร์คุ้มขายส่ง กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมสต๊อกสินค้าจำเป็น เช่น น้ำดื่มและอาหารสำเร็จรูปไว้แล้ว และพร้อมปฏิบัติตามเวลาเคอร์ฟิว
ขณะที่เวลาการเปิดให้บริการของซูเปอร์มาร์เก็ตที่บริษัทบริหารงานทั้งหมดยังคงเปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิว คือ เปิดให้บริการในเวลา 10.00-20.00 น. จากเดิมจะปิดให้บริการในเวลา 22.00 น.
เช่นเดียวกับห้างเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่ได้สั่งสต๊อกสินค้าจำเป็น เช่น น้ำดื่มและอาหารสำเร็จรูปไว้คอยบริการลูกค้า รวมทั้งปรับเปลี่ยนเวลาเปิดปิด โดยสาขาใหญ่จะเปิดบริการเวลา 08.00-20.00 น. และรูปแบบคอนวีเนียน สโตร์เปิดเวลา 05.00-22.00 น.
เป็นที่เรียบร้อย ส่วนภาพรวมสถานการณ์ทั้งในด้านของจำนวนลูกค้าและยอดขาย ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ เนื่องจากบริษัทมีปรับเปลี่ยนเวลาการเปิดปิดให้บริการ เช่น รูปแบบเอ็กซ์ตร้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ดีพาร์ทเมนสโตร์ เปิดให้บริการในเวลา 08.00 – 20.00 น. ตลาด โลตัส เปิดให้บริการ 06.00 – 21.00 น. และรูปแบบเอ็กซ์เพรส เปิดให้บริการ 05.00-22.00 น.
ด้านนายเนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้ แต่บริษัทก็ได้มีการสต๊อกสินค้าจำเป็น เช่น น้ำดื่ม และอาหารสำเร็จรูป เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดปิดให้บริการ โดยในส่วนของรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต เลื่อนเวลาเปิดให้บริการเป็น 08.00-20.00 น. บิ๊กซีมาร์เก็ต 07.00-20.00 น. ส่วนมินิบิ๊กซี เปิดให้บริการ 05.00-22.00 น.
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีกส่งไทย กล่าวว่า หลังจากเกิดการรัฐประหารและประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากบ้านหลัง 22.00 น. คาดว่าพฤติกรรมการกักตุนอาหารคงมีน้อย จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ กำลังซื้อลด จึงซื้อสินค้าในปริมาณที่จำเป็น อีกทั้งคนกรุงเคยชินกับสถานการณ์การเมืองที่รุนแรง จึงไม่ตื่นตระหนกมาก







