
นักการเมืองเหนือ-อีสานป่วนไม่เลิก เหตุม็อบแดงไม่สิ้นฤทธิ์
8...ทีมข่าวภูมิภาค
สถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง แม้ความรุนแรงจะลดระดับลง แต่สัญญาณความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นการร่วมกันของ 3 กลุ่ม หนึ่งคือ กลุ่มหัวรุนแรง หรือฮาร์ดคอร์ซึ่งมีจำนวนไม่มาก ร่วมกับแกนนำในพื้นที่ และกลุ่มมวลชนในพื้นที่
จนถึงขณะนี้แม้จะผ่านไปแล้ว 3 วัน แต่สถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก็ยังไม่อาจวางใจ ไม่เพียงการก่อเหตุป่วน เช่น จุดไฟเผาล้อยางรถยนต์ แต่ยังลุกลามขยายความหวาดกลัวด้วยการโทรศัพท์ขู่วินาศกรรมสถานที่สำคัญในหลายจังหวัด อาทิ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง พ่อเมืองกรุงเก่า เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานด้านความมั่นคงถึงแผนก่อการร้ายที่เรียกว่าแผนสึนามิ เตรียมก่อเหตุวินาศกรรมสถานที่สำคัญใน จ.พระนครศรีอยุธยา ถึง 3 แห่ง
เพื่อตัดเครือข่าย สลายการรวมตัวของทั้งสามกลุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ได้ออกคำสั่งเรียกแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 20 คน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ให้มารายงานตัวที่ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งขณะนี้แกนนำที่ถูกเรียกตัวได้ทยอยมารายงานตัวแล้ว สำหรับผู้ที่ถูกเรียกให้มารายงานตัวประกอบด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ น.ส.ปาราดา ฉิ่งอินทร์ เจ้าของสถานีวิทยุชุมชนพลังแผ่นดิน เอฟเอ็ม 104.50 เมกะเฮิรตซ์ นายสมโภชน์ ปราสาทไทย แกนนำกลุ่มเสื้อแดงโคราช 2009 นายอนุวัฒน์ ทินราช แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา และนายศักรินทร์ กองแก้ว แกนนำเสื้อแดง อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ซึ่งได้มารายงานตัวแล้ว เหลือเพียงนายวรรณกิจ ทองสุข และนายจักราวุธ ไตรวัลลภ แกนนำเสื้อแดงนครราชสีมา ที่ยังไม่มารายงานตัว
ส่วนแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสานอีก 6 จังหวัด ที่ถูกเรียกมารายงานตัว ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น 4 คน ได้แก่ นายพงศกร อรรณนพพร อดีต รมช.ศึกษาธิการ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นางดวงแข อรรณนพพร นายยงยุทธ คงปฏิมาก แกนนำเสื้อแดงขอนแก่น และนายนพดล สีดาทัน ส.อบจ.ขอนแก่น เลขาส่วนตัวนายจักรินทร์ พัฒน์ดำรงจิตร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย
จ.อุดรธานี จำนวน 2 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และนายณัฐยศ ผาจวง จ.อุบลราชธานี จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และนายประยุทธ มูลสาร แกนนำกลุ่มเสรีชนเพื่อประชาธิปไตย
จ.ร้อยเอ็ด 1 คน คือ นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ประธานคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย น้องชายนายนิสิต สินธุไพร อดีต สส.พรรคพลังประชาชน แกนนำ นปช.ที่ถูกออกหมายจับ จ.ชัยภูมิ จำนวน 1 คน คือ นายจารุเดช คนสมบูรณ์ แกนนำเสื้อแดงชัยภูมิ และบุตรชายของนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สส.เพื่อไทย เขต 2 ชัยภูมิ ส่วน จ.มหาสารคาม แกนนำที่ถูกออกหมายเรียก คือ นายสุทิน คลังแสง สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ออกหนังสือเรียกมารายงานตัวในวันที่ 21 พ.ค.
เครือข่ายเสื้อแดงในหลายพื้นที่เหล่านี้ฉายให้เห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต่างจากมวลชนจัดตั้งในระบบหัวคะแนนของพรรคการเมืองที่มีนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยเป็นผู้สนับสนุน
ขณะที่กลุ่มแดงล้านนาในพื้นที่ภาคเหนือก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะการก่อตัวของสภาแดงล้านนา ซึ่งรวบรวมแกนนำ นปช.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ก็มีกลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายสงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน ให้การสนับสนุน ขณะที่นายนาวิน บุญเสรฐ ผู้สมัคร สส.พิจิตร พรรคเพื่อไทย บุตรชาย พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ ก็มีบทบาทสำคัญเด่นชัดในการระดมมวลชนเข้าชุมนุมครั้งนี้
ยิ่งการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของกลุ่มแดงล้านนาถือได้ว่ามีพลังเป็นกลุ่มก้อน ทั้งการลงประชามติไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และการเลือกตั้ง สส. ปี 2550 ที่พรรคพลังประชาชนในขณะนั้นได้ที่นั่งไปถึง 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 38 ที่นั่ง
เหล่านี้คือแกนนำมวลชนซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากกลุ่มทุนของกลุ่มเสื้อแดงที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. สั่งระงับการดำเนินธุรกรรมและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปก่อนหน้านี้ อาทิ กลุ่มเชิดชัย ทุนใหญ่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในพื้นที่ภาคเหนือ
ในภาวะความวุ่นวายที่ยังไม่ยุติอย่างเด็ดขาด ขณะที่แกนนำสายฮาร์ดคอร์อย่างนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ยังหลบหนี จึงทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มิอาจวางใจสถานการณ์ได้







