
อย่าอยู่นาน
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร และเข้าควบคุมอำนาจการปกครองหรือการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนด้วยเสียงส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างประเทศ
งานใหญ่ขนาดนี้ คสช.โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้า คสช.มีภาระอันหนักหน่วง และด้วยความคาดหวังอันสูงลิ่ว
เพราะทุกฝ่ายต้องการเห็นสถานการณ์บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศกลับคืนมา การค้าและการลงทุนที่หยุดชะงักจะได้เดินเครื่องเสียที เมื่อมีรัฐบาลที่มีอำนาจเข้ามาบริหาร ทำให้เศรษฐกิจไทยพ้นปากเหว หลังจากอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสแรก ติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และมีโอกาสที่จะเติบโตติดลบเป็นไตรมาสที่สองด้วย
การทำงานของคณะ คสช.ได้ใจของประชาชนจำนวนมาก เพราะทำงานเร็วและเห็นทิศทางการบริหารประเทศชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพียงวันรุ่งขึ้นภายหลังจากเข้าควบคุมประเทศ ได้ออกประกาศฉบับที่ 22 เรื่องการจัดส่วนงาน การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของ คสช. กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคุมทุกส่วนราชการทั้งหมด และมอบให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รัฐมนตรี พร้อมกับจะจัดตั้งสภาปฏิรูปขึ้นพร้อมๆ กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
และในวันเดียวกันได้เชิญทุกฝ่ายเข้าชี้แจงและหารือ โดยให้ทุกฝ่ายไปหามาตรการเร่งด่วนที่จะช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงการคลังเร่งจัดทำงบประมาณประจำปี 2558 เพื่อประกาศใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2557 หาเงินกู้มาจ่ายหนี้คืนให้กับชาวนาทั้งหมดเกือบ 9 หมื่นล้านบาท ภายใน 20 วัน เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ จะมีการคงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในอัตรา 7% จากเพดานที่เก็บ 10% ซึ่งหมดเวลาคงภาษีในวันที่ 30 ก.ย. 2557 รวมถึงการขยายเวลาการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% จาก 30% ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ออกไปอีกระยะหนึ่ง และเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี เนื่องจากที่ผ่านมาการเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าค่อนข้างมาก
ความร่วมมือในการกอบกู้วิกฤตประเทศของ คสช.และทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำลังไปได้สวยงาม และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกฝ่าย เชื่อว่าจะสามารถพลิกฟื้นประเทศและขจัดรากเหง้าต้นตอของปัญหาได้แน่นอน
แต่เราเห็นว่า คสช.อย่ายึดอำนาจนานจนเกินไปอย่างที่หลายฝ่ายกังวลกัน มิเช่นนั้นความเชื่อมั่นจะค่อยๆ หายไปและเป็นเหตุผลหนึ่งในการขายทรัพย์สินในประเทศไทยเพื่อขนเงินออกไป







