
กบฏต่อทรราชที่ทำลายรากฐานประชาธิปไตย
วันนี้ 19 พ.ค. 2557 เป็นวันที่ผมได้ฉลองโอกาสที่ตรวจข้อสอบที่ค้างอยู่จนเสร็จ ด้วยการเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และรับแจ้งข้อกล่าวหาว่าทำความผิดฐานแสดงออกด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ประชาชนก่อความไม่สงบ หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน (ม. 116 ป.อาญา) และสนับสนุนการเป็นกบฏ (ม. 113 ป.อาญา) รวมทั้งสนับสนุนและร่วมทำความผิดอื่นๆ รวมทั้งหมด 12 ฐานความผิดที่มีโทษอาญา มีโทษอาญารวมกันชนิดที่ผมไม่ขอคำนวณออกมาเป็นตัวเลข
วันนี้ 19 พ.ค. 2557 เป็นวันที่ผมได้ฉลองโอกาสที่ตรวจข้อสอบที่ค้างอยู่จนเสร็จ ด้วยการเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และรับแจ้งข้อกล่าวหาว่าทำความผิดฐานแสดงออกด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ประชาชนก่อความไม่สงบ หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน (ม. 116 ป.อาญา) และสนับสนุนการเป็นกบฏ (ม. 113 ป.อาญา) รวมทั้งสนับสนุนและร่วมทำความผิดอื่นๆ รวมทั้งหมด 12 ฐานความผิดที่มีโทษอาญา มีโทษอาญารวมกันชนิดที่ผมไม่ขอคำนวณออกมาเป็นตัวเลข
แต่ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณและขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนๆ ญาติพี่น้องทั้งที่อยู่ใกล้และอยู่ไกลที่ได้เมตตาให้ความเข้าใจและให้กำลังใจ รวมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการมอบตัวสู้คดี ให้มุ่งมั่นเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาด้วยการพิสูจน์ความจริง แม้ความจริงนั้นจะมีผู้เห็นต่างกัน ก็พิสูจน์ให้เห็นกันด้วยเหตุด้วยผลถูกผิด ไม่ใช่ด้วยกำลัง
ต้องขอบคุณผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่พาไปมอบตัว และผู้บริหารคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ให้ความสะดวกทางธุรการในการออกหนังสือรับรองต่างๆ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และจัดรถส่งตัวแก่เจ้าพนักงาน ผมเข้าใจดีว่าการมีบุคลากรต้องหาว่าเป็นกบฏนั้นไม่เป็นเรื่องง่ายที่ผู้บริหารจะปฏิบัติตัวทั้งในแง่คุ้มครองสิทธิบุคลากรของตน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่แสดงออกว่าเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่ติดตามเฝ้าดูตลอดหลายวันที่ผ่านมา โดยไม่รบกวนการดำเนินวิถีชีวิตปกติของผู้ถูกกล่าวหาเกินจำเป็น ขอบคุณเจ้าพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ตลอดจนทนายและผู้เข้าร่วมฟังคำให้การที่ต่างได้ปฏิบัติหน้าที่ของตน แม้แต่ละฝ่ายจะเห็นต่างกันในข้อกล่าวหาและเนื้อหาสาระของการกระทำอย่างตรงกันข้าม ก็ให้ความคุ้มครองสิทธิ และปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกันในการดำเนินกระบวนการรับมอบตัว/จับกุม และการรับฟังและบันทึกคำให้การ ตลอดจนดำเนินกระบวนการตามหน้าที่ต่างๆ เช่น พิมพ์ลายนิ้วมือและประกันตัวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ถ้าประชาชนทั้งหลายเชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่อย่างที่ผมได้รับวันนี้ กระบวนการยุติธรรมของเราก็ควรได้รับคำนิยม
ไม่ว่าผลของคดีนี้จะออกมาอย่างไร ผมขอสารภาพเป็นเบื้องต้นไว้ ณ ที่นี้ว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2516 ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนสวมกางเกงขาสั้น ที่ผมตัดสินใจว่าจะลงมือร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต่อสู้เรียกร้องให้บ้านเมืองของเราเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้น เวลาผ่านไปอีก 40 กว่าปี แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองในทางที่น่ายินดีหลายประการ แต่ความมุ่งหมายหลักของการตกลงใจเมื่อ 40 กว่าปีก่อนก็ยังทำได้ไม่สำเร็จ โดยเฉพาะในรอบ 12 ปีมานี้ รากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เรามุ่งหมายให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคง กลับถูกกัดกร่อนบ่อนเซาะจนตั้งอยู่ไม่ได้เสียแล้ว
เริ่มตั้งแต่ความล้มเหลวของการดำรงความเป็นอิสระของสถาบันสื่อสารมวลชน ซึ่งคนรุ่น 40 กว่าปีก่อนพยายามปลุกปั้นด้วยการสร้างวัฒนธรรมหนังสือพิมพ์ที่มีสาระ จนเข้าสู่ยุคเวทีสาธารณะทางโทรทัศน์
น่าเสียดายที่ความเป็นอิสระของสื่อสารมวลชนในปัจจุบันได้ถูกครอบงำด้วยการแสวงหาประโยชน์ทางทรัพย์สิน หาอามิสสินจ้าง งบประมาณโฆษณา ทั้งของรัฐบาลและของรัฐวิสาหกิจ จนสื่อมวลชนที่เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุดกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดของนายทุนการเมืองทุจริต
ความเป็นกลางกลายเป็นเครื่องบังหน้าสำหรับการแสดงความจริงที่ไม่ครบถ้วน การแสวงหาความสำเร็จทางวัตถุ การยอมรับประโยชน์ทางอ้อม ทำให้คุณธรรมและความกล้าหาญของสื่อมวลชนคงอยู่อย่างจำกัด เสมือนแสงริบหรี่ของหิ่งห้อยในท้องทะเลแห่งความมืด ถ้าเราไม่มีสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ ไร้เวทีสาธารณะสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกันได้อย่างเคารพซึ่งกันและกัน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นย่อมว่างเปล่า ประชาธิปไตยย่อมไร้รากฐาน
ระบบพรรคการเมืองถูกครอบงำโดยนายทุนพรรค ประชาชนและสมาชิกทั่วไปไม่มีส่วนร่วม กระบวนการเลือกตั้งถูกบิดเบือนโดยมายาคติ โลภคติ จนทำให้คนดีคนเก่งไม่อยากเปลืองตัว และหาทางออกด้วยการแสวงหาความสำเร็จอย่างอื่น ปล่อยให้อำนาจสาธารณะเป็นเรื่องของ “คนใจถึง พึ่งได้” ซึ่งหมายถึงการมีฐานะร่ำรวย อยู่ในเครือข่ายตระกูลอิทธิพล ชนิดที่ทำผิดให้เป็นถูกได้โดยไม่มีใครแตะต้อง การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปเพื่อการกำหนดเจตจำนงทางการเมืองส่วนรวม แต่เป็นการแสวงหาประโยชน์ต่างตอบแทนระยะสั้นทั้งฝ่ายผู้เลือกและได้รับเลือก อำนาจสาธารณะจึงตกไปอยู่ในมือของผู้ประกอบกิจการที่ใช้กลไกโฆษณาสินค้าและการตลาดหลอกลวงที่หวังกอบโกยกำไรระยะสั้น โดยไร้ผู้ขัดขวางอย่างจริงจัง
ปัญญาชนตกอยู่ในกับดักของประชาธิปไตยตามรูปแบบ จนมองไม่เห็นภัยว่าประชาธิปไตยกลายเป็นอื่นไปแล้ว หรือมิฉะนั้นก็ถูกทำให้เชื่อว่า อย่าเปลืองตัว ใครที่แหลมเข้ามาหวังแก้ไขจะถูกรุมสาดโคลน ข่มขู่ ทำร้ายทั้งทางตรงทางอ้อมทุกวิถีทาง ถ้าเราหาพรรคการเมืองของประชาชนไม่ได้ ถ้าการเลือกตั้งเต็มไปด้วยความฉ้อฉล ไม่อิสระ ไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม หรือตกเป็นเหยื่อของโทสะ โมหะ และโลภจริตโดยง่าย ประชาธิปไตยของเราจะตั้งอยู่บนอะไร
กระบวนการนิติบัญญัติและระบบคุณธรรมและมืออาชีพของข้าราชการประจำถูกทำลาย รวมตลอดไปจนถึงกระบวนการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรถูกครอบงำและบิดเบือนอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ในทางทุจริตแก่นายทุนพรรคการเมือง ไม่ต้องพูดถึงการแทรกแซงระบบตรวจสอบโดยกรรมการอิสระและการคุกคามและความพยายามครอบงำอำนาจตุลาการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากการต้านทานอย่างเข้มแข็ง ประชาธิปไตยที่มีการปิดปากเสียงข้างน้อย ลงคะแนนแทนกันอย่างมีแผนต่อเนื่อง ใช้เอกสารปลอมโดยไม่กลัวผิด ใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ จัดสรรงบประมาณโดยผลาญเงินของลูกหลานในอนาคตอย่างไม่ต้องรับผิดชอบ เหล่านี้ล้วนเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม
อันที่จริง เมื่อปลายปี 2556 นี้เอง ความสำเร็จของการบ่อนทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยของเหล่านายทุนทุจริตอยู่ห่างไกลแค่เอื้อม ยุทธศาสตร์ที่ จอห์น สจวร์ต มิลล์ กล่าวไว้ว่า “ความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ของทรราชที่มั่นคงที่สุด ไม่มีอะไรดียิ่งไปกว่าความสามารถสยบคนดีให้ยอมอยู่เฉยๆ” เพราะเมื่อคนดีซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังหน้ากากที่ว่า อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน หรือคติที่กลัวมือจะเปื้อน เมื่อลงมือแก้ไขในสิ่งผิด ก็ย่อมเป็นกำลังให้ความทุจริตแผ่ขยายผลออกไปอย่างกว้างขวางโดยง่าย
แต่อกุศลกรรมย่อมให้ผลของมัน จุดตกต่ำที่สุดของการบ่อนทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยก็มาถึง เมื่อความสำเร็จในอดีตนำไปสู่ความย่ามใจ ในคราวที่รัฐสภาเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ด้วยเสียงของเหตุผล การฉ้อฉลในโครงการของรัฐและการจัดสรรงบประมาณตามอำเภอใจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิดก็เกิดการประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญของพรรครัฐบาล จนทำให้เกิดความเห็นพ้องกันในหมู่ประชาชนว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการกระทำการเพื่อให้ได้ไปซึ่งอำนาจการปกครองโดยมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ
ปัจจัย 3 ประการของความเปลี่ยนแปลงทางสังคมมาประจวบเข้าด้วยกัน คือ หนึ่ง ความรู้สึกถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงของคนไทยจากเหตุการณ์เหล่านี้ ประกอบเข้ากับ สอง ความรู้สึกถึงภัยคุกคามต่ออนาคตลูกหลาน และเมื่อมีผู้ประกาศลุกขึ้นสู้ก็ก่อให้เกิดปัจจัยข้อสาม คือ เกิดความหวังว่ายังมีทางออก ทำให้เกิดกระแสต่อต้านผู้ถืออำนาจรัฐอย่างเป็นปึกแผ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การใช้สิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา 69 เพื่อรื้อฟื้นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยให้กลับคืนดีอีกครั้ง จึงแสดงพลังออกมาให้เห็นได้ในทางข้อเท็จจริงผ่านมวลมหาประชาชนซึ่งเติบโตขึ้นในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
และทั้งหมดนี้คือเส้นทางที่นำผมเข้ามอบตัวสู้คดีที่กล่าวหาว่าผมเป็นกบฏ หรือสนับสนุนกบฏ ผมเชื่อว่าถ้าการกระทำเพื่อต่อต้านการทำลายรากฐานของประชาธิปไตย จะทำให้ถูกตัดสินว่าเป็นการทำผิดฐานกบฏจริง ก็จะมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะแสดงตัวกล่าวโทษตัวเองว่าเขาก็เป็นกบฏ หรือสนับสนุนกบฏเช่นเดียวกัน เพราะการเป็นกบฏโดยต่อต้านการทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตย จะกลับนำเราไปสู่การสร้างสรรค์สังคมที่เป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในที่สุด







