
พท.จับตา7วันเดือดเปิดทางปฏิวัติ
พท.จับตา 7 วันอันตราย หวั่นมีการสร้างสถานการณ์เรียกทหารปฏิวัติ
พท.จับตา 7 วันอันตราย หวั่นมีการสร้างสถานการณ์เรียกทหารปฏิวัติ นปช.ระดมมวลชนสูงสุด 23-27 พ.ค.นี้ ย้ำถ้ายึดอำนาจจะยกระดับชุมนุมทันที
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงจากนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ถือเป็น 7 วันอันตรายจากความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ของคู่ขัดแย้ง หรือจากมือที่ 3 ยั่วยุในหลายรูปแบบ ให้นำไปสู่การเรียกทหารออกมาปฏิวัติ และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายรัฐบาลหรือคนเสื้อแดง เพราะจะกลายเป็นผู้เสียโอกาสทันที ผู้ที่น่าสงสัยที่สุดคือผู้ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้น
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้น่าเป็นห่วง เพราะมีการยกระดับความรุนแรงให้สูงขึ้นเพื่อให้ทหารออกมา ต่อจากนี้คาดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
“แนวทางการต่อสู้ของนายสุเทพใกล้ถึงทางตัน เชื่อว่าจากนี้ไปอาจใช้การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อนำไปสู่การปฏิวัติ” จตุพร กล่าว
ทั้งนี้ หากมีการยึดอำนาจ นปช.จะยกระดับการชุมนุมและเคลื่อนไหวในทันที โดยในระหว่างนี้จะระดมมวลชนปักหลักรอที่ถนนอักษะ โดยระดมมวลชนสูงสุดในวันที่ 23-27 พ.ค. และจะชุมนุมต่อไปจนกว่าสุเทพจะยุติการชุมนุมและมอบตัวในวันที่ 27 พ.ค.
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า การแถลงของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าการประชุมของสมาชิกวุฒิสภาไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะเป็นการประชุมนอกสมัยประชุม ซึ่งหลังจากที่ สว.ไม่ร่วมด้วย สุเทพก็คงจะเข้ายึดกองทัพในสุดสัปดาห์นี้เพื่อนำไปสู่การยึดอำนาจ เพราะหากทหารไม่ร่วมมือด้วยคงจะดำเนินการยึดอำนาจไม่สำเร็จ และหลังจากนั้นจะได้ตัดสินชะตาประเทศไทยในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ว่าจะปกครองด้วยระบอบเผด็จการ หรือระบอบประชาธิปไตย
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า คาดว่า กปปส.จะใช้รัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือกดดันให้รัฐบาลลาออก เพราะไม่จำเป็นต้องใช้มวลชนจำนวนมาก แต่สามารถทำให้การติดต่อสื่อสาร การคมนาคม สาธารณูปโภคเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประเทศ
อนุวัฒน์ ทินราช ประธาน นปช. ภาคอีสาน กล่าวว่า ตั้งแต่ 16 พ.ค. นปช.อีสานได้ทยอยเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะ คาดว่าจะมีมวลชนร่วมไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน







