
ระเบิดเวลาเศรษฐกิจจีน...ธนาคารเงา (ตอนที่ 1)
ในวันนี้หลายฝ่ายเริ่มมีความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจจีน โดยได้พุ่งเป้าไปที่ความเสี่ยงจาก Shadow banking ของระบบการเงินจีน
ในวันนี้หลายฝ่ายเริ่มมีความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจจีน โดยได้พุ่งเป้าไปที่ความเสี่ยงจาก Shadow banking ของระบบการเงินจีน
เป็นความกังวลหลังจากที่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ของทางการจีนและสื่อต่างประเทศอย่างแพร่หลายว่า ตราสารทางการเงินที่เป็น Wealth Management Products ซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 911 ต่อปี อาจจะไม่สามารถชำระหนี้เมื่อครบกำหนดอายุให้แก่ผู้ถือตราสารได้
หลายคนอาจจะตั้งถามว่า Shadow banking นั้นคืออะไร
ผมจะขอสรุปว่า Shadow banking หรือภาคธนาคารเงานั้น หมายถึงกลุ่มองค์กรที่ไม่ได้อยู่ในระบบธนาคารตามปกติ แต่มีความเกี่ยวข้องกับการระดมเงินทุน การจัดการสภาพคล่องและระยะเวลาชำระหนี้
การรับโอนความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ และการใช้ Financial leverage ทั้งทางตรงและทางอ้อม และยังรวมไปถึงธุรกรรมการจัดหาเงินทุนขององค์กรเหล่านี้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น องค์กรเฉพาะกิจ (Special Purpose Entities : SPEs) วาณิชธนกิจ (Investment banking) บริษัทประกัน (Insurances) กองทุนรวม (Mutual Funds) และการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) เป็นต้น
โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารเงาจะทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงกว่า การทำธุรกรรมของธนาคารในระบบเนื่องจากอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ค่อนข้างผ่อนคลายกว่า
ธนาคารในระบบบางแห่งจึงอาศัยช่องว่างดังกล่าวในการหาประโยชน์จากข้อจำกัดทางกฎหมาย (Regulatory arbitrage) โดยการจัดตั้งธนาคารเงาขึ้นมาคอยทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงแทนตนเอง
เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสในการนำเงินทุนไปหาผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากการหลบเลี่ยงข้อบังคับอย่างเช่นการตั้งเงินสำรองตามกฎหมาย (Reserve requirement) และการกันสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Loan loss provision) แล้ว ลักษณะความเป็นนิติบุคคลของธนาคารเงา ยังสามารถจำกัดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อธนาคารในระบบได้เช่นกัน
ช่องว่างที่เกิดขึ้นจึงทำให้ภาคธนาคารเงาสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วตลอดช่วงที่ผ่านมา
ในยามที่ธนาคารในระบบไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ธนาคารเงาได้เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
เนื่องจากธนาคารเงานั้นเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการระดมเงินทุนไปยังภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต แต่อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากธนาคารในระบบอย่างเพียงพอ
จึงนับได้ว่าธนาคารเงาเป็นการลดอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจที่ยังขาดโอกาสเมื่อต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารในระบบ อีกทั้งยังสร้างทางเลือกให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการได้เลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งในส่วนของการลงทุนและการบริหารความเสี่ยง
และการเข้ามาแข่งขันของธนาคารเงานั้น ยังช่วยกระตุ้นให้ธนาคารในระบบเร่งปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ ซึ่งทำให้โดยรวมแล้วผู้เล่นทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์จากการลดลงของต้นทุนการทำธุรกรรมเช่นกัน
จึงอาจกล่าวได้ว่า ภาคธนาคารเงานั้นสามารถช่วยเข้ามาเสริมการทำงานของระบบการเงินให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการพึ่งพากลไกการทำงานของธนาคารในระบบเพียงส่วนเดียว
นี่คือสภาพที่เกิดขึ้นและเป็นที่มาของการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธนาคารเงาในประเทศจีนก่อนที่จะนำมาซึ่งความกังวลใจของตลาดเงิน ตลาดทุนในปัจจุบัน
ในบทความครั้งต่อไป ผมจะขออธิบายถึงประเด็นความน่ากังวลของ Shadow banking และปัญหาของ Shadow banking จะส่งผลกระทบต่อภาคการเงินของจีนอย่างไรครับ







