
เข้มจราจร16จุดรับเปิดเทอม
จัดตำรวจจราจรรับมือรถติดแต่เช้ามืดหวั่นม็อบเคลื่อนผสมโรงทำวิกฤตซ้ำ
จัดตำรวจจราจรรับมือรถติดแต่เช้ามืดหวั่นม็อบเคลื่อนผสมโรงทำวิกฤตซ้ำ
สตช. กำชับนครบาลเข้มการจราจร 16 จุด หน้าสถานศึกษา รับวันเปิดเทอม
พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้กำชับตำรวจนครบาลทั้ง 88 สถานี ดูแลการจราจรบริเวณสถานศึกษาทุกจุดให้มีความคล่องตัว
เบื้องต้นพบมี 16 จุด ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ 1.โรงเรียนราชินีบน 2.โรงเรียนเซนต์คาเบรียล 3.โรงเรียนเซนต์ดอมินิก 4.โรงเรียนสตรีวิทยา 5.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
6.โรงเรียนอนุบาลสามเสน 7.โรงเรียนสตรีวิทยา 2 8.โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ 9.โรงเรียนมาแตร์เดอี 10.โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย 11.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย12.โรงเรียนอัสสัมชัญ
13.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย14.โรงเรียนราชินี 15.โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ และ 16.โรงเรียนศึกษานารี ต้องเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสถานศึกษาค่อนข้างใหญ่
ขณะเดียวกัน การชุมนุมของกลุ่มกปปส. อาจส่งผลกระทบต่อการใช้เส้นทางถนนราชดำเนินในและราชดำเนินนอก และบริเวณใกล้เคียงบ้าง อาทิ โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เปิดช่องทางพิเศษโดยให้ผู้กำกับสถานีร่วมกับสารวัตจราจรดูแลตลอดเวลา
พ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคามินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กล่าวว่า วันที่ 16 พ.ค. โรงเรียนใหญ่ๆ หลายแห่งเปิดเทอม จะยิ่งส่งผลให้การจราจรหนาแน่นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นทาง บก.จร. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าประจำหน้าโรงเรียนและจุดที่มีปัญหาการจราจรให้เร็วขึ้น เนื่องจากสภาพการจราจรจะหนาแน่นติดขัดตั้งแต่เช้ามืด
ทั้งนี้ หากสามารถจัดการจราจรหน้าโรงเรียนได้ดีก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังถนนสายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังกังวลคือสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังมีจุดที่ปิดการจราจรอยู่แล้ว 11 เส้นทาง และหากมีการเคลื่อนขบวนปิดการจราจรจนถึงช่วงเย็น อาจจะทำให้มีปัญหารถติดสะสมเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ใกล้จุดชุมนุม
นางผุสดี ตามไท รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โรงเรียนที่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม มี 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ และ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ที่ขอเลื่อนเปิดเรียนเป็นวันที่ 19 พ.ค.นี้แทน อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตและผู้บริหารโรงเรียนมีอำนาจเปิดปิดเรียนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก







