posttoday
เด้งเลขาฯศาลปกครองปมส่งจม.แทรกแซงโยกย้ายตร.

เด้งเลขาฯศาลปกครองปมส่งจม.แทรกแซงโยกย้ายตร.

14 พฤษภาคม 2557

ประธานศาลปกครองสูงสุดลงนามเด้งเลขาฯศาลปกครองชั่วคราวระบุเพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ประธานศาลปกครองสูงสุดลงนามเด้งเลขาฯศาลปกครองชั่วคราวระบุเพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายไพโรจน์ มินเด็น  ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นในศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกสำนักงานศาลปกครอง เปิดเผยว่า นายหัสวุฒิ วิทิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งลงนามวันที่ 12 พ.ค. ให้นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองไปปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายวิชาการเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการสอบสวนกรณีที่ นายดิเรกฤทธิ์ ได้ทำหนังสือไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้กำกับการ  

โดยเหตุผลในหนังสือย้ายนายดิเรกฤทธิ์แป็นการชั่วคราวดังกล่าวระบุว่าเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ประธานศาลปกครองสูงสุดตั้งขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอนของทางราชการ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่การบริหารราชการของสำนักงานศาลปกครอง  จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 78 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง  2542 ให้นายดิเรกฤทธิ์ ไปปฏิบัติหน้าที่ในงานวิชาการตามที่ประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย  และกำกับดูแลงานของสำนักงานศาลปกครองเฉพาะหลักสูตรนักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง โดยให้มีผลตั้งแต่วันนี้ (14 พ.ค.) เป็นต้นไป ส่วนการควบคุมดูแลโดยทั่วไปในสำนักงานศาลปกครองนั้นได้มอบหมายให้นายไกรรัช  เงยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองปฏิบัติหน้าที่แทนไปก่อน

นายไพโรจน์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ได้มีการประชุมและเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวมาชี้แจงหลายคนแล้วแต่ยังไม่มีการสรุปผลเสนอต่อประธานศาลปกครองสูงสุด

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่าในวันนี้คณะกรรมการข้าราชการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ก็ได้มีการประชุมกรณีดังกล่าวด้วยโดยเป็นการประชุมลับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน