
พรฎ.เลือกตั้งส่อเป็นหมัน
สดศรีชี้ปูตกเก้าอี้ขาดคนรับสนองฯเพื่อไทยค้านเลือกประธานวุฒิฯขัดรธน.
สดศรีชี้ปูตกเก้าอี้ขาดคนรับสนองฯเพื่อไทยค้านเลือกประธานวุฒิฯขัดรธน.
พ.ร.ฎ.เลือกตั้งส่อเป็นหมันหากนายกฯ ตกเก้าอี้
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า หากในวันที่ 7 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งจะมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง เพราะไม่มีนายกฯ ตัวจริงเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อย่างไรก็ตาม แม้ ครม.จะมีอำนาจตั้งรองนายกฯ หรือ รมต.คนใดคนหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่แทนนายกฯ แต่ไม่ได้มีอำนาจเทียบเท่านายกฯ ตัวจริง เชื่อว่าถ้ารองนายกฯ ที่ทำหน้าที่แทนนายกฯ ไปเสนอ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จะถูกอีกฝ่ายร้องศาลรัฐธรรมนูวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนั้น ครม.ต้องเร่งตรา พ.ร.ฎ.ก่อนวันที่ 7 ซึ่งการตรา พ.ร.ฎ. เป็นอำนาจของ ครม.ไม่จำเป็นต้องรอ กกต.ส่งร่างมาให้
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ทาง กกต.ประชุมพิจารณาเนื้อหาร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง แต่ยังมีความเห็นต่างจึงยังไม่ส่งให้รัฐบาล
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ กล่าวว่า กกต.ได้ส่งหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อขอหารือให้มีการเพิ่มเติมบางมาตราในร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง 20 ก.ค.นี้ โดยขอให้ประธาน กกต.มีอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้งใหม่ หากเกิดปัญหาการขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ทางรัฐบาลเห็นว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งนายกฯ กำลังพิจารณาวันเวลาเพื่อหารือกับ กกต.
ด้าน นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีความพยายามล็อบบี้จากฝ่ายการเมืองเข้าสู่ตำแหน่งประธานวุฒิสภาด้วยตัวเลขที่สูงกว่า 7 หลัก เพราะคนแดนไกลต้องการตำแหน่งนี้
ขณะที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเป็นห่วงการประชุมเลือกประธานวุฒิสภาในวันที่ 9 พ.ค. ว่าจะทำให้ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 132 ไม่ได้ให้อำนาจไว้และผิดธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยมีมา สุ่มเสี่ยงอาจมีคนไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดฐานจงใจทำขัดต่อหน้าที่







