
ชัชชาติชี้ไม่มีเลือกตั้งไทยเสียโอกาส
"ชัชชาติ"โพสต์เฟซบุ๊กชี้บ้านเมืองไทยไม่มีเลือกตั้งมาเกือบ5เดือนคมนาคมกระทบ3ด้านเสียโอกาสด้านการลงทุน
"ชัชชาติ"โพสต์เฟซบุ๊กชี้บ้านเมืองไทยไม่มีเลือกตั้งมาเกือบ5เดือนคมนาคมกระทบ3ด้านเสียโอกาสด้านการลงทุน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรมว.คมนาคมโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถึงวันนี้ ก็นับเป็นเวลาเกือบ 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 และ กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
การเป็นรัฐบาลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วงหลังการยุบสภาจนกระทั่งมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น มีข้อจำกัดในหลายด้าน เพราะรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ได้กำหนดไว้เผื่อกรณีที่การเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้ และ รัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่มานานขนาดนี้
ในส่วนของกระทรวงคมนาคมเอง การไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และ ไม่มีรัฐบาลใหม่นั้น ส่งผลกระทบสำคัญในสามด้าน ดังนี้
1. งบประมาณปี 57
มีโครงการที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท และโครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และต้องให้ ครม.ใหม่ อนุมัติ จำนวน 17 โครงการ มูลค่า 37,079 ล้าน เช่น โครงการถนนพังงา-กระบี่ ท่าเรือเชียงแสน ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ต้องชะลอการดำเนินการ อย่างน้อย 8 เดือน
2. งบประมาณปี 58
จะมีในส่วนของงบประมาณผูกพันที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อนๆ จะเบิกจ่ายล่าช้าออกไป 37,603 ล้านบาท และในส่วนของงบลงทุนปกติ อีกเกือบแสนล้านบาท ที่ต้องรอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก่อน ในส่วนนี้ ถ้าเลือกตั้ง ก.ค. ก็ล่าช้าออกไปอย่างน้อย 6 เดือน
3. โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เคยอยู่ใน พ.ร.บ. สองล้านล้าน (สร้างอนาคตไทย) และพร้อมดำเนินโครงการ ต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติ และหาแหล่งเงิน จำนวน14 โครงการ มูลค่า 464,263 ล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) รถไฟทางคู่ 5 โครงการ มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช คาดว่าต้องล่าช้าออกไปไม่ต่ำกว่า 10 เดือน
นอกจากโอกาสที่เสียไปจากโครงการที่ช้าออกไป ยังมีผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อการลงทุน การจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP การเป็นศูนย์กลางของ AEC รวมถึงความมั่นใจของนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่อทิศทางของโครงการต่างๆ เหล่านี้
ถ้าการเลือกตั้งเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเรียบร้อย ไม่ว่าประชาชนจะเลือกใครมาเป็นรัฐบาล (ซึ่งอาจจะไม่ใช่พรรครัฐบาลเดิมก็ได้) ประเทศคงเดินหน้าไปต่อได้แล้ว การปฏิรูปต่างๆ คงเริ่มอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกของรัฐสภาซึ่งเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชาชน และ ประเทศไทย คงไม่อยู่ในสภาพยักแย่ยักยันอย่างนี้
พวกเราก็คงต้องมาร่วมกันเดินหน้าต่อ ภายใต้กรอบกติกาที่มี โดยทุกคนทำหน้าที่ส่วนที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุดครับ และ ต้องอย่าไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนครับ
เครดิตภาพ FB ชัชชาติ สิทธิพันธุ์







