posttoday
เดิมพันครั้งสุดท้าย"กปปส."

เดิมพันครั้งสุดท้าย"กปปส."

02 พฤษภาคม 2557

เป็นไปตามคาดเมื่อคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาลสามารถตกลง วันเลือกตั้งเป็นวันที่ 20 ก.ค. ได้เป็นผลสำเร็จ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เป็นไปตามคาดเมื่อคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาลสามารถตกลง วันเลือกตั้งเป็นวันที่ 20 ก.ค. ได้เป็นผลสำเร็จ ทางกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก็อาศัยจังหวะเวลาของเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ประกาศแนวทางการเคลื่อนไหวใหญ่ทันที

ขั้นตอนการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ประกาศออกมาจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มีด้วยกัน 3 ขั้นตอน ซึ่งส่วนหนึ่งมองได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์มากกว่า

ขั้นตอนที่ 1 ทำพิธีตั้งสัตยาธิษฐาน ในวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งตรงวันฉัตรมงคล โดย กปปส.จะนัดรวมตัวกันที่สนามหลวง

ขั้นตอนที่ 2 ประกอบพิธีทำบุญประเทศเนื่องโอกาสวันวิสาขบูชา 13 พ.ค.

ขั้นตอนที่ 3 เดินหน้าปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อเรียกคืนอำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชนในวันที่ 14 พ.ค.

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของ กปปส.ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง มีคำถามตามมาว่า จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงหรือไม่ หลังจากการต่อสู้ของ กปปส.ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา เลขาธิการ กปปส.เคยนัดวันชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายมาแล้วหลายครั้ง แต่ปรากฏว่าพอถึงวันชุมนุมใหญ่กลับไม่ได้เป็นครั้งท้ายสุดอย่างที่นัดทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ถ้ามองถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้ายของ กปปส.จริงๆ เนื่องจากคดีที่อยู่ในการตรวจสอบขององค์กรอิสระใกล้ จะได้บทสรุปเข้าไปทุกที

เริ่มที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้กำหนดวันชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในคดีทุจริต จำนำข้าว อย่างเร็ววันที่ 8 พ.ค. หรืออย่างช้า 15 พ.ค. ภายหลังมีมติให้คณะอนุกรรมการ ไต่สวนไปรวบรวมข้อมูลและทำความคิดเห็นเสนอกลับมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนวันที่ 8 พ.ค. พร้อมกับไม่ไต่สวนพยานอีก 7 ปากตามที่นายกฯ ร้องขอ

มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า มีผลต่ออนาคตทางการเมืองของยิ่งลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง

ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ยิ่งลักษณ์จะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติไม่ถอดถอน แต่ยิ่งลักษณ์อาจพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่านั้น หาก ป.ป.ช.เห็นว่าควร ส่งสำนวนให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอาผิดทางอาญาด้วย

แม้คดีถึงที่สุดแล้วจะมีผลเฉพาะหน้า คือ การยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แต่ กปปส.จะสามารถอาศัยมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในครั้งนี้เพื่อขยายผลทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลได้อีกระดับ จนไปถึงการกดดันไม่ให้รัฐบาลตั้งนายกฯ รักษาการ

เช่นเดียวกับ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนัดไต่สวนคดีการสิ้นสุดความเป็นนายกฯ ของยิ่งลักษณ์จากการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 6 พ.ค. และจากนั้นจะนัดวันอ่านคำวินิจฉัย โดยคาดว่าจะอยู่ในระหว่าง 710 วันนับตั้งแต่วันไต่สวน ซึ่งใกล้เคียงกับวันเคลื่อนไหวของ กปปส. วันที่ 14 พ.ค.พอดี

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกคนต้องออกจากตำแหน่ง ย่อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาสู่ภาวะสุญญากาศตามที่ กปปส.ต้องการได้ ด้วยการตั้งนายกฯ ผ่านช่องทางของรัฐธรรมนูญมาตรา 7

จะว่าไปแล้วกลุ่ม กปปส.เองก็คาดหวังกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเอาไว้มากกว่า ป.ป.ช. เพราะผลของคดีในศาลรัฐธรรมนูญมีช่องที่สามารถล้มรัฐบาลทั้งคณะไปในคราวเดียวกัน ผิดกับคดีจำนำข้าวใน ป.ป.ช.ที่จะมีผลเพียงแค่การให้ยิ่งลักษณ์ตกเก้าอี้ได้แค่คนเดียว

ด้วยเหตุนี้เอง อย่าได้แปลกใจว่าทำไมกำนันสุเทพถึงหาญกล้าประกาศการต่อสู้ในเดือน พ.ค.นี้ จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทุกคน กลุ่ม กปปส.จะเร่งรัดการใช้มาตรา 7 ทันที ซึ่งรูปแบบอาจใกล้เคียงกับพระพุทธะอิสระที่เตรียมพามวลชนไปหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลางเดือนนี้ก็เป็นได้

ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่มีผลต่อการทำให้การต่อสู้ของ กปปส.เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ นั้น ไม่ได้มีเฉพาะการตัดสินคดีของ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยังมีปัจจัยมาจากองคาพยพของ กปปส.เองด้วย

ต้องยอมรับว่าการปักหลักต่อสู้ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงได้ตาม ที่ตัวเองต้องการ ตรงข้ามกลับถูกวิพากษ์อย่างหนักว่าการปฏิรูปประเทศโดยไม่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญจะสร้างปัญหามากกว่าการแก้ไขปัญหา

แนวร่วมที่เคยเห็นด้วยกับการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง กลับหันมาสนใจว่าจะมีกระบวนการอะไรที่จะสามารถบังคับให้รัฐบาลใหม่ต้องปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรมแทน ดังจะเห็นได้จากการเอาใจออกห่าง กปปส.ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแกนนำ กปปส.เอง ไม่ใช่ไม่รู้ไม่เห็น แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้สำหรับทำงานใหญ่

ดังนั้น การระดมพลในวันที่ 14 พ.ค. จึง อาจเป็นการนับจำนวนแฟนพันธุ์แท้มวลมหาประชาชนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และจะใช้พลังมวลชนเฮือกสุดท้ายเพื่อขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้งที่ กกต.เตรียมไว้ในช่วงปลายเดือน

ถึงจุดนั้นถ้า กปปส.ทำสำเร็จก็ไม่ต่างอะไรกับการประกาศชัยชนะ แต่ถ้าล้มเหลวก็อาจได้เห็นภาพของแกนนำที่เดินหน้ามอบตัวสู้คดีแทน

กปปส.ได้เดินมาสุดทางแล้ว เหลือเพียงบทสรุปสุดท้ายจะลงเอยในรูปแบบใดเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม